สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ว่าเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4 มิ.ย.) ทำเนียบขาวเผยแพร่คำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ระงับการออกวีซ่าแก่นักศึกษาต่างชาติ ซึ่งเตรียมเดินทางมาเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยมาตรการดังกล่าวมีผลอย่างน้อย 6 เดือน ขณะที่นักศึกษาต่างชาติที่กำลังเรียนอยู่ อาจเสี่ยงต่อการถูกยกเลิกวีซ่า

คำสั่งดังกล่าวระบุว่า การกระทำทำให้มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด “เป็นสถาบันซึ่งไม่เหมาะสม สำหรับนักศึกษาและนักวิจัยต่างชาติ”

ขณะที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยื่นคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ขอใช้สิทธิตามการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1 เพื่อปฏิเสธข้อเรียกร้องของรัฐบาลกลาง ที่จะควบคุมการบริหาร หลักสูตร และอุดมการณ์ของคณาจารย์ และนักศึกษาของสถาบัน

การประกาศครั้งล่าสุดมีขึ้น หลังผู้พิพากษาระงับคำสั่งของทำเนียบขาว ซึ่งต้องการยุติสิทธิในการลงทะเบียน และต้อนรับนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หลังสถาบันแห่งนี้ยื่นฟ้องต่อศาลทันทีเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา และขยายการดำเนินคดีให้ครอบคลุมถึงการผลักดันทางกฎหมายครั้งล่าสุดของทรัมป์

แม้มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยอมรับว่า ทรัมป์มีอำนาจในการ “สั่งห้ามคนต่างด้าว” หากถือว่าเป็นผลประโยชน์สาธารณะ แต่ไม่ใช่กับคดีนี้ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการ “ปกป้องผลประโยชน์” ของสหรัฐ แต่เป็นการ “แก้แค้นอย่างเจาะจง” ต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

จนกระทั่งเมื่อช่วงสายของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผู้พิพากษาของศาลรัฐบาลกลางในรัฐแมสซาชูเซตส์ มีคำพิพากษาฉุกเฉิน ห้ามรัฐบาลทรัมป์ปิดช่องทางการรับนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งผู้พิพากษาอัลลิสัน เบอร์โรส์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยจะเผชิญกับความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้ หากนักศึกษาเหล่านี้ไม่สามารถเข้าเรียน ซึ่งเธอได้ออกคำสั่ง “โดยไม่ให้ฝ่ายบริหารมีโอกาสโต้แย้ง”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES