สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ว่า การเปิดเผยรายงานสกุลเงินฉบับใหม่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ในยุครัฐบาลสมัยที่สอง ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มุ่งเป้าไปที่ “จีน” เนื่องจากการขาดความโปร่งใสเกี่ยวกับนโยบาย และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน

รายงานดังกล่าวได้ตรวจสอบประเทศซึ่งมีมูลค่าการค้าเกินดุลกับสหรัฐในระดับสูง และประเทศที่แทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อให้ได้เปรียบในการแข่งขัน ซึ่งกระทรวงการคลังพบว่า ไม่มีคู่ค้ารายใหญ่รายใดที่บิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อปีที่แล้ว หรือได้รับผลประโยชน์จากการค้าที่ไม่เป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม มีเขตเศรษฐกิจ 9 แห่ง ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ เวียดนาม เยอรมนี ไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ ที่อยู่ในรายชื่อประเทศ “เฝ้าติดตาม” สำหรับแนวทางปฏิบัติด้านสกุลเงิน และนโยบายเศรษฐกิจ ขณะที่ไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาในรายชื่อ เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา

นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า สหรัฐจะดำเนินการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้สกุลเงินอย่างเข้มข้น และเพิ่มผลที่ตามมาจากการบิดเบือนสกุลเงิน โดยกระทรวงจะใช้ทุกเครื่องมือ เพื่อตอบโต้พฤติกรรมดังกล่าว ขณะเดียวกัน สหรัฐระบุว่า ได้ชะลอการกำหนดให้ “จีน” เป็นประเทศบิดเบือนสกุลเงิน แต่สถานการณ์อาจเปลี่ยนไปในอนาคตหากพบหลักฐานเพิ่มเติม.

เครดิตภาพ : AFP