สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองจี่หนาน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ว่าทีมวิจัยวิเคราะห์ดีเอ็นเอโบราณ ควบคู่กับบริบททางโบราณคดีและชุดข้อมูลไอโซโทปเสถียร จากร่างมนุษย์โบราณ 60 ร่าง ซึ่งฝังอยู่ในสุสาน 2 แห่งของแหล่งโบราณคดีฟู่เจีย ในอำเภอกว่างเหราของซานตง ซึ่งมีอายุอยู่ระหว่าง 2,750-2,500 ปีก่อนคริสตศักราช
ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า ยุคดังกล่าวมีชุมชนที่สืบสายตระกูลจากฝ่ายมารดาเกิดขึ้นจริงในช่วงยุคหินใหม่ โดยมีการแต่งงานภายในกลุ่มคนพวกเดียวกัน ที่มีความเชื่อและประเพณีวัฒนธรรมเหมือนหรือใกล้เคียง และดำรงชีพด้วยการเพาะปลูกข้าวฟ่างใกล้ชายฝั่ง ซึ่งมีหลักฐานการแต่งงานระหว่างบุคคลจากทั้งสองสุสาน และการฝังศพที่จัดตามสายตระกูลฝ่ายแม่อย่างชัดเจน สะท้อนถึงโครงสร้างสังคมที่มีเอกภาพและอัตลักษณ์ที่มั่นคง
นายจาง ไห่ นักวิจัยจากภาควิชาโบราณคดีและพิพิธภัณฑศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวว่า การวิจัยครั้งนี้ยืนยันการมีอยู่ของโครงสร้างสังคม ที่สืบสายตระกูลจากฝ่ายมารดาในยุคก่อนประวัติศาสตร์ และเปิดเผยรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้าง ขนาดประชากร รูปแบบการดำรงชีวิต และระดับการผลิตของกลุ่มตระกูลที่ปกครองโดยฝ่ายหญิง บริเวณชายฝั่งลุ่มแม่น้ำเหลืองตอนล่างในยุคหินใหม่
การค้นพบดังกล่าวถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ ในการศึกษาระบบสังคมของมนุษย์ยุคแรกเริ่ม.
ข้อมูล : XINHUA
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



