เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. นางอธิตา แม่ค้าขี่จักรยานยนต์พ่วงขายลูกชิ้น วัย 37 ปี เข้าขอความช่วยเหลือจาก นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังลูกชายวัย 2 ขวบ 5 เดือน ประสบอุบัติเหตุแต่กลับไร้ซึ่งการเยียวยาที่เป็นธรรม นางอธิตา เล่าว่า วันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนจอดรถจักรยานยนต์พ่วงขายลูกชิ้น พร้อมลูกชายตัวน้อย ที่นั่งอยู่บนม้านั่ง บริเวณหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี

จู่ๆ รถกระบะรับซื้อของเก่าของเสี่ยคู่กรณี ซึ่งจอดอยู่ใกล้ในระยะประชิด ได้ขับออกไปโดยไม่ระมัดระวัง ทำให้โครงเหล็กของรถไปเกี่ยวกับหลังคารถพ่วงขายลูกชิ้นของตนอย่างแรง ส่งผลให้รถพ่วงพลิกคว่ำและหม้อน้ำมันร้อนที่ใช้ทอดลูกชิ้นคว่ำกระจายไปถูกลูกชายทั้งตัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน ลูกชายยังมีบาดแผลและร่องรอยน้ำมันลวกตั้งแต่หัวไหล่ ลำตัว แผ่นหลัง ไปจนถึงเท้าทั้งสองข้าง

นางอธิตา กล่าวอีกว่า เสี่ยรับซื้อของเก่าคู่กรณี เคยให้เงินเยียวยารวม 6,000 บาท แต่หลังจากนั้นก็ไร้การติดต่อ กระทั่งมีการนัดเจรจาเมื่อวันที่ 30 เมษายน และ 16 พฤษภาคม 2568 โดยครอบครัวได้เรียกร้องค่าเสียหาย 100,000 บาท และต่อรองเหลือ 80,000 บาท แต่สุดท้ายเสี่ยกลับให้เพียง 20,000 บาท แถมขอชำระเป็นเงินผ่อน 10 เดือน แต่ก็ไม่ได้รับเงินตามที่กล่าวอ้าง จนถึงปัจจุบัน เสี่ยกลับอ้างว่าหากครอบครัวอยากได้เงินมากก็ให้ไปฟ้อง และยังพูดจาทำร้ายจิตใจด้วยคำพูดว่า “หากลูกต้องรักษาตลอดชีวิต เสี่ยต้องหาเงินให้ตลอดชีวิตเลยใช่ไหม” สร้างความเสียใจและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสให้ผู้เป็นแม่ เพราะทุกวันนี้ลูกชายยังคงนอนผวาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ กล่าวว่า อยากถามเสี่ยกลับว่า “หากเป็นลูกเสี่ยเอง จะทำแบบนี้ไหม?” ตนมองว่าค่าเสียหาย 100,000 บาท ที่ครอบครัวเรียกร้องนั้นยังน้อยเกินไป หลังจากนี้จะประสานไปยังกระทรวงยุติธรรม ให้ช่วยเหลือดูแลในฐานะเป็นผู้เสียหาย พร้อมทั้งมอบหมายให้ทนายความของเพจสายไหมต้องรอด พิจารณาเรื่องข้อกฎหมายทั้งคดีแพ่งและอาญา เพื่อยื่นฟ้องเสี่ยคู่กรณีต่อไป