เมื่อวันที่ 12 ก.ค. พ.ต.ท.นพรัตน์ หลวงสนาม รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชนใน ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง รุดตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ สุริยะ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยจ.กาฬสินธุ์ ที่เกิดเหตุพบต้นเพลิงบ้านเลขที่ 64 เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็ว และลามไปบ้านข้างเคียง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำดับเพลิงนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสงบ ตรวจสอบอีก 1 หลัง เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังและรถดับเพลิงฉีดน้ำสกัดไม่ให้ลุกลามเพิ่มเติม ก่อนใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ตรวจสอบบ้านเสียหายหมดทั้ง 2 หลัง

สอบถาม นางสมร (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี เจ้าของบ้าน เบื้องต้นเล่าว่า ผู้ก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านคือหลายชายตนเอง อายุ 20 ปี ที่พิการแขนขาลีบ พ่อแม่แยกทางกัน ตนต้องเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กๆ เป็นเด็กเอาแต่ใจ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมามาของเงินตน 7,000 บาท บอกว่าจะเอาไปรักษาอาการแขนขาลีบ แต่ตนบอกว่าไม่มีให้ ก็ขู่จะจุดไฟเผาบ้าน ซึ่งไม่คิดว่าจะเผาจริงๆ กระทั่งวันนี้ก่อนเกิดเหตุมาขอเงินตนอีกครั้งก็บอกว่าไม่มี จากนั้นก็หายไปคาดว่าจะไปซื้อน้ำมันมา แล้วอาศัยจังหวะตนนั่งอยู่หน้าบ้านจุดไฟเผาบ้านเสียหายดังกล่าว ส่วนตัวหลานชายขี่รถจยย.หลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ สั่งการให้ พ.ต.ท.เทวฤทธิ์ บูรณรักษ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.ท.สีหนาท จันทร์เหลือง สว.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมชุดสืบสวนสภ.เมืองกาฬสินธุ์เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี กระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บริเวณถนนหน้าวัดดอนนาแก ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์ สอบสวนเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า โมโหและน้อยใจ ขอเงินย่าไปตรวจร่างกายไม่ได้ จึงไปซื้อน้ำมันมาราดบริเวณชั้น 2 ของบ้านลงมาชั้นล่างแล้วจุดไฟเผา จึงควบคุมตัวมาทำแผนที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ ก่อนส่งตัวดำเนินคดีข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ที่เป็นโรงเรือน ต่อไป



