“พีเพิลส์ เดลี” รายงานว่า สำนักงานตำรวจฮ่องกง (เอชเคพีเอฟ) ร่วมมือกับตำรวจของเขตบริหารพิเศษมาเก๊า มาเลเซีย มัลดีฟส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไทย ดำเนินการปราบปรามการฉ้อโกงข้ามพรมแดนร่วมกันเป็นครั้งแรก และจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 1,858 คน
เอชเคพีเอฟระบุในแถลงการณ์ ว่าปฏิบัติการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกง 9,268 คดี รวมถึงการฉ้อโกงการซื้อของออนไลน์ การฉ้อโกงทางโทรศัพท์ การฉ้อโกงการลงทุน การฉ้อโกงการเช่า และการฉ้อโกงการจ้างงาน โดยมีมูลค่าความเสียหายรวม 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7,375.50 ล้านบาท)
บัญชีธนาคารทั้งหมด 32,607 บัญชีถูกอายัด และเงินฉ้อโกงประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 655.60 ล้านบาท) ถูกสกัดกั้น ทำให้กระแสเงินสดจากการก่ออาชญากรรมหยุดชะงักลงอย่างมีประสิทธิผล
ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น HK01.com ระบุว่า เหยื่อคนหนึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่ง และมิจฉาชีพได้ปลอมตัวเป็นซีอีโอของบริษัทและใช้เทคโนโลยีดีปเฟค เพื่อจัดการประชุมทางวิดีโอกับเหยื่อ โดยกล่าวเท็จว่าบริษัทกำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างธุรกิจ
สิ่งนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการร่วมมือระหว่างเขตอำนาจศาล กับการแบ่งปันข่าวกรองเพื่อต่อสู้กับกลุ่มหลอกลวงอย่างมีประสิทธิภาพ
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มิ.ย. 2567 รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเข้าร่วมเครือข่ายความยุติธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAJust) อย่างเป็นทางการ และกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของเครือข่าย ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2563 ด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี)
เครือข่ายนี้เป็นแพลตฟอร์มที่ไม่เป็นทางการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประสานงานด้านอาชญากรรมระหว่างเขตอำนาจศาลสมาชิก โดยมุ่งหวังที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและการแบ่งปันข่าวกรอง ในการต่อสู้กับอาชญากรรมร้ายแรงและอาชญากรรมที่ก่อขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ.
ข้อมูล : People’s Daily
เครดิตภาพ : AFP



