เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 นายศรัณย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและประชาชน ร่วมต้อนรับ นายเก่งกาจ บ้งกาวงศ์ ผู้บัญชาการภารกิจ และ นายจักรกฤษณ์ แต่งตั้ง หรือ ปอนด์ พร้อมทีมกู้ภัยไทยที่เดินทางกลับจาก สปป.ลาว หลังเสร็จสิ้นปฏิบัติการกู้ภัยข้ามพรมแดน 14 วัน 13 คืน ค้นหาคนงานเหมืองแร่ทองคำ 7 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำลึก เมืองล่องแจ้ง แขวงไชยสมบูรณ์
ย้อนกลับไปในปฏิบัติการครั้งนี้ ทีมกู้ภัยไทยต้องเผชิญกับบททดสอบที่ “ยากและท้าทายกว่าคดีถ้ำหลวง” หลายเท่า โดยนายเก่งกาจ ได้เปิดเผยถึงวินาทีเฉียดตายภายในถ้ำว่า โครงสร้างของถ้ำเหมืองทองคำแห่งนี้ไม่มีโถงกว้าง แต่มีลักษณะเป็นอุโมงค์แคบ ๆ ขนาดเพียง 50 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ต้องหมอบคลานแข่งกับเวลาและระดับน้ำที่ทะลักเข้ามาตลอดเวลาจากภูเขาขนาบ 4 ลูก ทว่าความเชี่ยวชาญและการวางระบบเซฟตี้ที่รัดกุม ทำให้ทีมกู้ภัยไทยสร้างปาฏิหาริย์แรกได้สำเร็จ ด้วยการพาตัวผู้ประสบภัยชาวลาวชุดแรกออกมาได้อย่างปลอดภัยถึง 5 คน

อย่างไรก็ตาม ภัยธรรมชาติกลับไร้ความปรานี ในช่วงโค้งสุดท้ายของการค้นหาผู้สูญหายอีก 2 ราย เกิดฝนตกหนักหนุนค้างในถ้ำ ซ้ำร้ายยังเกิดแรงสั่นสะเทือน (Aftershock) จากเหตุแผ่นดินไหวที่ห่างออกไป ส่งผลให้โครงสร้างถ้ำหินปูนเริ่มทรุดตัว ดินและหินสไลด์ลงมาปิดทางเข้า-ออก คณะผู้เชี่ยวชาญจากไทย จึงต้องตัดสินใจด้วยความยากลำบาก สั่ง “ยุติภารกิจชั่วคราว” เพื่อรักษาชีวิตของทีมงาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายนายถึงกับหลั่งน้ำตาที่ไม่สามารถพาทุกคนกลับบ้านได้ตามที่ตั้งใจไว้
แต่ความหวังยังไม่สิ้นสุด! ก่อนที่ทีมกู้ภัยไทยจะถอนกำลังออกจากพื้นที่ ได้มีการวางแผนทิ้งทวนสะท้อนน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ โดยการลำเลียงอุปกรณ์เครื่องยังชีพ ถังออกซิเจน อาหาร และเวชภัณฑ์ไปติดตั้งและซ่อนไว้ในจุดที่คาดว่าผู้สูญหายจะเข้าถึงได้ เพื่อให้พวกเขามีโอกาสใช้ประทังชีวิต ในขณะที่ทางการลาวประกาศเดินหน้าสถานีสูบน้ำอย่างเต็มกำลังเพื่อลดระดับน้ำ เพิ่มพื้นที่อากาศ และรอวันที่จะกลับเข้าไปพาอีก 2 ชีวิตออกมา

นอกจากหยาดเหงื่อและแรงกาย ทีมกู้ภัยไทยยังได้แสดงน้ำใจร่วมกันสมทบทุนมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยที่ยังติดค้างอยู่ภายในถ้ำและญาติ ๆ เป็นจำนวนเงินรวมกว่า 110 ล้านกีบ (ประมาณ 1.5 แสนบาท) เพื่อเป็นทุนในการสู้ชีวิตต่อไป ท่ามกลางพิธีบายศรีสู่ขวัญปลอบขวัญนักรบชุดส้มที่ชาวลาวร่วมจัดให้ด้วยความซาบซึ้ง
นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ทีมกู้ภัยเดินทางกลับประเทศ ได้รับการอำนวยการจากทางการลาวอย่างดียิ่ง เดินทางมาส่งถึงที่ เป็นกำลังใจที่ดีให้กัน ความร่วมมือนั้นพร้อมจะสนับสนุนทีมงานในทุกด้านที่ทางการจะช่วยได้ หลักคือการวางแผน การเซตระบบ กู้ภัยเชี่ยวชาญและบูรณาการกันได้ดีอยู่แล้ว
ด้าน นายพูทอน คำพิลาวง ผู้ประสานงานฝั่ง สปป.ลาว กล่าวปิดท้ายด้วยความตื้นตันว่า “นี่ไม่ใช่งานกู้ภัยธรรมดา แต่มันคือการพิสูจน์ให้เห็นถึงความผูกพันอันยิ่งใหญ่ของพี่น้องไทย-ลาว ที่พร้อมจะกอดคอและฝ่าฟันวิกฤติไปด้วยกันในยามยากลำบากที่สุด”



