เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 10 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวว่า ในวันที่ 11 มิ.ย. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะเดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ จ.สุรินทร์ ซึ่งตนเองในฐานะ รมว.มหาดไทย ก็จะลงพื้นที่ด้วย ซึ่งเมื่อทราบว่านายกฯ จะลงพื้นที่ ดังนั้นจึงมีการกำหนดการประชุมผู้ว่าราชการ 7 จังหวัดชายแดน ร่วมกับนายกฯ ที่ จ.สุรินทร์ แทน จากเดิมที่ตนเองจะประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดในวันดังกล่าวที่ จ.อุบลราชธานี ดังนั้นจึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 7 จังหวัด มารับมอบนโยบายจากนายกฯ ทีเดียว ซึ่งตนเองก็จะได้ไม่ต้องมารายงานต่อนายกฯ แต่อาจจะมีเพิ่มเติมข้อปฏิบัติบางส่วน

เมื่อถามว่า การสำรวจหลุมหลบภัยที่กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้สำรวจในพื้นที่ชายแดนนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า กำลังสำรวจในแต่ละพื้นที่ โดยเป็นการเตรียมความพร้อมในสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุก่อนมาล้อมคอก เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นหลุมหลบภัยมีไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับสถานการณ์ และบางจุดชำรุดทรุดโทรม ดังนั้นเรื่องนี้จำเป็นต้องมีสำหรับเด็กเล็ก ชาวบ้าน ที่บางครั้งเมื่อมีเหตุฉุกเฉินโจมตี หรือสู้รบเกิดขึ้น ก็ต้องให้ความมั่นใจว่าสามารถป้องกันภัยให้กับประชาชนได้ ซึ่งขณะนี้กำลังสำรวจว่าหลุมหลบภัยมีกี่ที่ในพื้นที่ชายแดน 

“เบื้องต้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ แต่ทำให้เกิดความปลอดภัย และทำให้มีจำนวนเพียงพอถ้ามีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ไม่ต้องมากังวลในเรื่องนี้ว่าจะมีอันตรายกับประชาชนหรือไม่” นายอนุทิน กล่าว 

เมื่อถามว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถใช้งบฉุกเฉินของจังหวัด หรือต้องของบจากส่วนกลางนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องงบค่อยว่ากัน แต่เรื่องนี้จำเป็นเร่งด่วน เมื่อสำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีทางเลือกก็ใช้งบได้ ซึ่งหากใช้งบกลางก็ขอนายกฯ แต่ในขณะนี้ปลายปีงบประมาณ 2568 เมื่อสำรวจแล้วมีงบเหลือจ่ายหรือไม่ เพื่อนำไปซ่อมแซม ก็อาจจะนำไปใช้ จะได้ไม่ให้เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณในปีถัดไป 

นายอนุทิน กล่าวว่า การหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีปัญหาใดๆ เช่นเดียวกับการปรับ ครม. ก็ไม่มีอะไรด้วย