นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ภายหลังจาก กมธ.ป.ป.ช. ได้เดินทางไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือกับ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ซึ่งเห็นชัดว่า การปราบโกงให้ได้ผล ต้องอาศัย 3 ส่วนทำงานร่วมกัน 1.รัฐสภา ทำหน้าที่ตรวจสอบ ผลักดันกฎหมาย และติดตามหน่วยงานรัฐ 2.ภาคประชาสังคม ช่วยเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และสะท้อนปัญหาจริง 3.ประชาชน คือพลังสำคัญที่สุดในการไม่ยอมรับการทุจริต ดังนั้น กมธ.ป.ป.ช. จึงได้ประสานความร่วมมือเพื่อเดินหน้าต่อใน 2 เรื่องสำคัญ คือ เรื่องแรก ผลักดันให้เรื่องร้องเรียนที่มีข้อมูลและพยาน หลักฐานเพียงพอ สามารถเข้าสู่การพิจารณาได้รวดเร็ว เป็นระบบ และส่งต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เรื่องที่สอง สนับสนุนการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับช่องทางแจ้งเบาะแส เช่น แพลตฟอร์ม ACT Ai เพื่อให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริตได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

“ผมเชื่อว่า ประเทศไทยจะลดคอร์รัปชันได้จริง เมื่อระบบตรวจสอบเข้มแข็ง และประชาชนมีส่วนร่วม โดย กมธ.ป.ป.ช. จะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การต่อต้านคอร์รัปชันเกิดผลเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่ในเอกสาร แต่ต้องเห็นผลจริงในชีวิตประชาชน ซึ่งการทำงานของกรรมาธิการ ไม่ใช่เพียงการรับเรื่องร้องเรียน แต่ต้องติดตาม ตรวจสอบ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง และผลักดันให้เกิดแนวทางแก้ไขที่ตรวจสอบได้” นายอาสพลธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในสัปดาห์หน้า กมธ.ป.ป.ช. จะประชุม 2 วันคือ ในวันที่ 17 มิ.ย. 69 จะพิจารณาผลการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ รวม 7 เรื่อง ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น การใช้ที่ดินของรัฐ การเบิกจ่ายงบประมาณ การออกเอกสารสิทธิที่ดิน และแนวทางป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ส่วนวันที่ 18 มิ.ย. 69 จะพิจารณาเรื่องการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ออมทรัพย์รถไฟ และกรณีการเปิดบ่อนการพนันในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี.