เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีวันที่ 13 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดพร้อมหรือนัดไต่สวน กรณีความปรากฏการบังคับโทษจำคุก นายทักษิณ ชินวัตร จำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม.4/2551, คดีหมายเลขแดงที่ อม.10/2552, คดีหมายเลขแดงที่ อม.5/2551

ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ศาลฎีกาฯ ได้มีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์และจำเลยในคดีทั้ง 3 คดี แจ้งต่อศาลว่ามีข้อเท็จจริงตามที่อ้างในคำร้อง หรือไม่

พร้อมกับสำเนาคำร้องให้ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษเทพมหานคร อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ให้ชี้แจงข้อประกอบการพิจารณาของศาล ว่าการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบังคับโทษจำคุกแก่จำเลยเป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาล หรือไม่ พร้อมแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 30 วัน

โดยมีรายงานว่า ทางศาลฎีกาฯ กำลังประเมินว่าในวันดังกล่าวจะมีผู้สื่อข่าวเดินทางมาทำข่าวมากน้อยแค่ไหน ถ้ามากันจำนวนมากก็จะมีการกั้นโซนหน้าอาคารศาลฎีกาฝั่งคลองหลอด เพื่ออำนวยความสะดวก หรือหากกรณีมีรถถ่ายทอดสดของสถานีสื่อ ก็สามารถทำการถ่ายทอดสด หรือไลฟ์สดได้ภายนอกเขตอาคารศาล

สำหรับสื่อมวลชนที่จะประสงค์เข้าไปทำข่าวในศาลฎีกาฯ ก็จะต้องมีการขออนุญาตทำข่าว โดยปฏิบัติตามระเบียบของศาล ห้ามถ่ายภาพคลิปวิดีโอในบริเวณอาคารศาล โดยทางศาลฎีกาฯ ก็จะพิจารณาดูว่ามีสื่อมวลชนขออนุญาตเข้าไปทำข่าวในห้องพิจารณาคดีจำนวนมากหรือไม่

ถ้ามีจำนวนมาก ก็อาจจะเปิดห้องถ่ายทอดสัญญาณคอนเฟอเรนซ์อีกห้องหนึ่ง แต่ถ้าจำนวนไม่มาก ก็จะอนุญาตให้เข้าฟังในห้องพิจารณาคดีได้ โดยทั้งสองห้อง ผู้ที่เข้าฟังจะต้องฝากเครื่องมือสื่อสารไว้ข้างนอก นำเข้าได้เพียงสมุด ปากกา

ในส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย ก็จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าพนักงานตำรวจศาลดูแลเป็นหลัก รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ. และตำรวจจาก สน.ชนะสงคราม ส่วนจะมากน้อยเพียงใด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ประเมินเหตุการณ์เอง ซึ่งก็คาดว่า ในวันดังกล่าวจะยังไม่มีมวลชนมาเยอะ เนื่องจากเป็นการนัดพร้อมไต่สวนคำชี้แจงที่ได้หมายเรียกมาจากคู่ความและหน่วยงานต่างๆ

ศาลฎีกาฯ เองก็ไม่ได้ออกหมายเรียกตัวนายทักษิณ มาไต่สวนในวันดังกล่าว ทางองค์คณะทั้ง 5 คน หรือทางศาลฎีกาฯ ก็ยังไม่มีคำสั่งอะไรเป็นพิเศษมา ก็คาดว่าในวันที่ 13 มิ.ย. นี้ จะยังไม่มีคำสั่งชี้ขาดเกี่ยวกับปมบังคับโทษเลย ก็ต้องรอดูว่าองค์คณะทั้ง 5 ของศาลฎีกาฯ จะพิจารณาคำชี้แจงและมีคำสั่งอย่างไรต่อไป ตอนนี้ก็ให้นักข่าวที่จะไปทำข่าวสามารถยื่นคำร้องขอทำข่าวได้หมดเลย ทางศาลฎีกาฯ ก็ได้เตรียมที่จอดรถไว้รองรับกว่า 200 คัน

ด้านความคืบหน้าจากทางฝั่งอัยการสูงสุดในฐานะโจทก์ กล่าวว่า โดยขณะนี้ทางอัยการสูงสุดยังไม่ได้มอบหมายให้ใครไปศาลฎีกาฯ หรือจำเป็นที่อัยการจะต้องเดินทางไปหรือไม่ แต่ถ้าในหน้างานก็จะเป็นของสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตฯ ซึ่งจนปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่ได้มีคำสั่งมอบหมายให้ใครไป

โดยมีรายงานว่า ทางอัยการสูงสุดได้มีการชี้แจงไปยังศาลฎีกาฯ ทำนองว่าไม่มีข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นชั้นบังคับคดี เพราะพอหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว ทางอัยการก็ไม่มีหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความและผู้รับมอบอำนาจนายทักษิณ กล่าวว่า ในวันที่ 13 มิ.ย. นี้ ตนและทีมทนายความก็จะเดินทางไปศาลฎีกาฯ ในส่วนประเด็นชี้แจง เราก็ทำเตรียมไปชี้แจง เนื่องจากการพิจารณาคดีนี้ เป็นรูปแบบลักษณะคดีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก็เตรียมชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องในฐานะผู้ต้องปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายในขณะต้องรับโทษตามความเป็นจริง ก็ต้องดูว่าภายหลังจากศาลได้รับข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ แล้ว ศาลจะมีการดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างไร หรือมีประเด็นอะไรเพิ่มหรือไม่ ซึ่งตนเป็นทั้งทนายความและในฐานะผู้รับมอบอำนาจ สามารถกระทำการแทนตัวการได้ ในที่กฎหมายให้กระทำการแทนได้ ในส่วนมวลชนก็คาดว่าจะไม่มีเดินทางไป ตนทำคดีมาก็ไม่เคยมีลักษณะที่จะนำมวลชนไปศาล ทนายทำหน้าที่ทนาย ไม่ใช่ผู้นำมวลชน ที่ผ่านมาก็ทำคดีโดยยึดตามหลักกฎหมาย เป็นไปตามขั้นตอน ในส่วนนายทักษิณลูกความของตน ก็จะไม่ได้เดินทางไปศาลด้วย เนื่องจากศาลฎีกาฯ ก็ไม่ได้มีหมายเรียกท่านมา ท่านต้องใช้สิทธิชี้แจงต่อศาลตามกระบวนการ

เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นขอศาลฎีกาฯ ขอขยายเวลาส่งเอกสารไต่สวนไป 30 วัน โดยศาลฎีกาฯ อนุญาตถึงวันที่ 23 มิ.ย.