ความเชื่อที่ว่า “พรรคที่ถูกตั้งโดยทหาร เพื่อสืบทอดอำนาจมักไม่ค่อยยั่งยืน” คงจะเป็นจริง จากกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แตก สส. กลุ่มใหญ่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ออกไปสังกัดพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคที่ประกาศศักดาตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จากการค่อยๆ ทยอย แย้มว่า “มี สส. อีกจำนวนหนึ่งที่จะมาอยู่กับเรา แต่ยังไม่เปิดตัว”

และยังมีผู้สมัคร สส. แบบ เอ-ลิสต์ คือผู้สมัครที่อาจแพ้ในศึกเลือกตั้งปี 66 ด้วยคะแนนฉิวเฉียด ก็จะมาอยู่กับค่ายผู้กอง เพราะความใจถึง พึ่งได้ จนตอนนี้กล้าธรรม กลายเป็นพรรคที่ถูกจับจ้องมองอย่างมาก ว่า ถ้าเกิดอุบัติเหตุอะไรทางการเมือง และเปิดหน้าผู้สมัคร สส. จะมีพวกงูเห่าจากพรรคอื่นมากี่คน การเติบโตของกล้าธรรม ทำให้ พปชร. หมดพลังลงไปมาก

ขณะที่ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เองก็กำลังระส่ำ ระดับ “มีแนวโน้มแตก” จากข่าวก่อนหน้านี้ที่ออกมาเรื่อยๆ ถึงความไม่พอใจ “หัวหน้าตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน เกี่ยวกับเรื่องความเข้าถึงยาก ขณะเดียวกัน นายพีระพันธุ์ก็ยังเจอศึกนอก จากกรณี ป.ป.ช. เรียกรับทราบข้อกล่าวหา กรณีติดสติกเกอร์รูปตัวเองบนของแจกบริจาคน้ำท่วม และยังมีศึกที่ยังมองไม่เห็น คือกระแสข่าวพรรคเพื่อไทย ต้องการกระทรวงพลังงานคืน

รทสช. ก็คือพรรคที่ตั้งขึ้นสืบทอดอำนาจทหารที่เคยทำรัฐประหาร การรวมตัวกันในช่วงแรก ก็มาจากกลุ่มนิยมชมชอบ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี กลุ่มที่ดูกระแสแล้วพรรคเดิมของตัวเองไม่น่ารอด เมื่อกระแส “จิตวิญญาณพรรค” ซาลง ก็มีโอกาสได้ สส. ไม่เท่าเดิมในการเลือกตั้งหน้า ใน รทสช. จึงเกิดกรณี “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค และ รมช.พาณิชย์ แบะท่าออกมาชัดๆ แล้วว่า “อาจย้ายไปพรรคโอกาสใหม่”

การปล่อยพลังของเสี่ยเฮ้งไม่ธรรมดา กระเทือนกันไปหมด จากการปล่อยภาพรับประทานอาหารเที่ยงกับเพื่อน สส. มารอบแรก และปล่อยภาพร่วมดื่มกาแฟกันอีกรอบ แทบจะเรียกได้ว่า “กวาด สส.รทสช. ไปทั้งพรรค” ขณะที่เสี่ยเฮ้งเองก็ยังอุบเงียบว่าใครไปด้วยกันบ้าง บลัฟว่า “เป็นมารยาท ที่เมื่อยังสังกัดพรรคไหน สส. ก็ยังไม่บอกว่าจะย้ายพรรค” ขณะที่หัวหน้าตุ๋ยนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว “เลขาฯ ขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการ รทสช. พยายามยืนยันความเป็นปึกแผ่น

ความขัดแย้งในพรรค รทสช. ชัดเจนในวันอังคารและพุธที่ผ่านมา ตอนนี้กลายเป็นสองทาง คือ “รวมตัวกันไล่หัวหน้าพรรค” ซึ่งเสี่ยเฮ้งเหมือนจะส่งสัญญาณว่า “มาจากเลขาฯ ขิง” ยังมีข่าว “ปลัดตุ๋ม” จตุพร บุรุษพัฒน์ จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มานั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค หรือเลขาธิการพรรค และอาจได้เก้าอี้ใน ครม.

หรืออีกกรณี คือไปพรรค “โอกาสใหม่” ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปีก่อน พรรคนี้เกิดจากการรวมตัวของอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) รอง ผวจ. หลายคน มีเสียงลือเสียงเล่าว่า ผู้อยู่เบื้องหลังพรรคคือ “ปลัดฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีความใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกทั้งยังมีข่าวด้วยว่า มี “นายทุนที่สนับสนุนพรรคการเมืองในขั้วรัฐบาลขณะนี้” ช่วยเหลืออยู่อีกทาง แนวโน้มของพรรคโอกาสใหม่ดูเหมือนต้องการ ดึง สส.รทสช. มาร่วมพรรค และจับมือกับพรรคขั้วรัฐบาลปัจจุบัน ยกเว้นพรรคภูมิใจไทย, รทสช. สู้ศึกเลือกตั้ง

ถ้าเป็นไปตามแผนนี้ แม่ทัพใหญ่คือ เพื่อไทย ร่วมกับกล้าธรรม ประชาธิปัตย์ และพรรคโอกาสใหม่ จะต้องสู้กับพรรคประชาชน (ปชน.) และภูมิใจไทย แต่เมื่อดูกระแสการเปิดตัวพรรคโอกาสใหม่ ในรูปแบบของพรรคที่ดูอนุรักษนิยม ซึ่งค่อนข้างสู้ศึกเลือกตั้งได้ยาก คงต้องปรับภาพลักษณ์ให้มีความเป็นพรรคเพื่อคนรุ่นใหม่มากขึ้น เข้าถึงสื่อโซเชียลฯ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พรรคยังอยู่ในช่วงมีผู้พิจารณาจะให้เป็นพรรคอะไหล่จากศึก รทสช. แตกหรือไม่

ในช่วงฝุ่นตลบ ที่ สส. หลายคนกำลังตัดสินใจว่า จะเปิดตัวไปฝั่งไหน ระหว่างหัวหน้าตุ๋ยกับเสี่ยเฮ้ง เอกสารลงชื่อ สส. ที่ขอปรับ ครม. ในนามพรรคจึงยังแกว่งไปมา บางคนยังไม่ยืนยัน เสี่ยเฮ้งบอกว่า สัญญาณที่พวกเขาไม่ทน มาจากว่า การตัดสินใจของพรรค ขึ้นกับกรรมการบริหารฝั่งนายพีระพันธุ์หมด ข้อบังคับอะไรก็ออกกันเอง ซึ่งเป็นดาบที่น่าสนใจว่า ในที่สุดแล้ว หัวหน้าพรรคจะใช้ดาบ “ห้ามฝักใฝ่พรรคการเมืองอื่น” มาจัดการเสี่ยเฮ้งหรือไม่

ศึกใน รทสช. เที่ยวนี้รุนแรงยิ่งนัก ดูเป็นการแตกหักยากประสาน คงรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก่อนปรับ ครม.