นายแมทเธียส คูเปอร์ กรรมการผู้จัดการ โคโลญเมสเซ่ ประเทศไทย และรองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โคโลญเมสเซ่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการเกิดเกือบต่ำสุดในอาเซียน เนื่องจากไม่มั่นใจในเศรษฐกิจและอาชีพการงานทำให้ไม่กล้ามีบุตร ทำให้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว แต่ในส่วนของ ตลาดสินค้าแม่และเด็กปัจจุบันมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท สามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง สวนกระแสจำนวนประชากร เพราะปัจจุบันคนที่มีลูกจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและพร้อมมีบุตร

ทั้งนี้เนื่องจากกลุ่มคนมีลูกเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมที่จะจ่ายในสินค้าคุณภาพ ทั้งสินค้าอาหารเสื้อผ้าสินค้าด้านพัฒนาการการเรียนรู้ต่างๆ ทำให้บริษัทเล็งเห็นโอกาสดังกล่าว จึงจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ Kind + Jugend ASEAN 2025 ขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตั้งแต่วันนี้-14 มิ.ย. 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสินค้าแม่และเด็กในภูมิภาคอาเซียนสู่ตลาดโลก ภายใต้ความร่วมมือจาก Koelnmesse เยอรมนี และพันธมิตรระดับชาติ อาทิ หอการค้าไทย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ปีนี้ Kind + Jugend ASEAN 2025  มีการจัดแสดงสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำมากกว่า 100 รายจากทั่วโลก รวมถึงผู้แสดงสินค้าจากประเทศไทย จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย สเปน เนเธอร์แลนด์ และออสเตรีย ภายในงานยังมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) อย่างครอบคลุม ฟอรั่มแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสัมมนาโดยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ โซนนวัตกรรม (Innovation Zone) ที่จัดแสดงแนวคิดล้ำสมัย และการแข่งขันนำเสนอนวัตกรรมเพื่อชิงรางวัล Innovation Award

โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก อาทิ ออสเตรเลีย กัมพูชา แคนาดา จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เวียดนาม และอีกมากมาย ตอกย้ำว่า Kind + Jugend ASEAN 2025 เป็นเวทีสำคัญสำหรับการพบปะและเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมแม่และเด็กในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และระดับโลกอย่างแท้จริง

ด้านนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีความยินดีที่ได้ร่วมสนับสนุนงาน Kind + Jugend ASEAN 2025 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคธุรกิจ SMEs ไทย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้านวัตกรรมสำหรับแม่และเด็ก ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระดับโลก งานนี้ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงสินค้า แต่เป็น “จุดเชื่อมโยง” ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับพันธมิตรระดับโลก ซึ่งสอดรับกับนโยบายของกระทรวง ในการผลักดันให้ SMEs ไทยสามารถยกระดับสู่การเป็นผู้ส่งออกและนวัตกรระดับภูมิภาค

ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวเสริมว่า การรวมพลังของแบรนด์และผู้ประกอบการจากหลายประเทศในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดยุทธศาสตร์ของห่วงโซ่อุปทานสินค้าแม่และเด็กในภูมิภาค ด้วยศักยภาพของโรงงานผลิตมาตรฐานสูง แรงงานมีทักษะ และดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่มีไอเดียสร้างสรรค์ หอการค้าไทยเชื่อมั่นว่า “เศรษฐกิจแม่และเด็ก” เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง และมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับคุณภาพชีวิตของครอบครัวไทยและอาเซียน จึงพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการในการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อแข่งขันในระดับโลก

ขณะที่ ดร.ดวงเด็ด ย้วยความดี ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) TCEB กล่าวว่า อุตสาหกรรม MICE ไม่เพียงแต่สร้างรายได้ แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความร่วมมือระยะยาวระหว่างประเทศ Kind + Jugend ASEAN เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการที่ “ไมซ์” สามารถนำพาอุตสาหกรรมเฉพาะทางสู่เวทีสากลได้ TCEB ภูมิใจที่ได้มีบทบาทผลักดันงานที่มีศักยภาพระดับนี้ และจะยังคงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้าและจับคู่ธุรกิจแห่งเอเชีย