เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 13 มิ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 ว่า กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ภาค 2 จับกุม นายอนันต์ หรือแป๊ะ อายุ 38 ปี ชาว จ.ชัยนาท พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 450 กก. โดยสกัดจับได้บริเวณ สี่แยกไฟแดงถนนเลี่ยงเมืองบ้านผือ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ชปข.บก.ตชด.ภาค 2 ซึ่งทำงานร่วมกับตำรวจปราบปรามยาเสพติด กก.3 บก.ปส.2 บช.ปส. (นปส.นครพนม) และเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทางทหาร กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สืบทราบว่าจะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญลำเลียงยาเสพติดลอตใหญ่ จาก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ด้วยรถกระบะสีบรอนซ์เทา จะผ่านพื้นที่ จ.ขอนแก่นเพื่อไปส่งยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ชปข.บก.ตชด.ภาค 2 ได้วางกำลังไว้ตามจุดต่างๆ บนเส้นทางที่มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองขอนแก่น

กระทั่งพบรถกระบะคันดังกล่าว ขับมาจากทาง จ.กาฬสินธุ์ มุ่งหน้ามายังถนนเลี่ยงเมือง ในลักษณะรถมีน้ำหนักเป็นที่น่าสงสัย เมื่อรถจอดบริเวณสี่แยกไฟแดงบ้านผือ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นในรถคันดังกล่าว ซึ่งเป็นรถกระบะ 4 ประตู พบนายอนันต์ หรือแป๊ะ อายุ 38 ปี ชาวชัยนาท เป็นคนขับ ขับมาเพียงคนเดียว พบยาไอซ์บรรจุอยู่ในกระสอบรวม 9 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 405 กก.ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ

พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายทุนในพื้นที่ภาคอีสาน ให้ขนยาเสพติดลอตดังกล่าวไปส่งต่อยังพื้นที่ภาคกลางตอนใน โดยได้รับค่าจ้าง 50,000 บาท และยอมรับว่าทำครั้งแรก เพราะไม่มีรายได้ที่จะนำมาเลี้ยงครอบครัว จึงหางานทำ เมื่อมีคนว่าจ้างให้ขนสินค้า จากพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลางในราคาค่าจ้าง 50,000 บาท จึงรับทำ โดยไม่รู้ว่าเป็นยาเสพติด ส่วนค่าจ้างก็ยังไม่ได้ เพราะต้องทำงานให้เรียบร้อยก่อน คนจ้างถึงจะจ่ายเงินให้

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน,และข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า/เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาเป็นผู้ขับขี่รถยนต์ในขณะเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการในเครือข่ายต่อไป.