นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้อนุมัติร่างระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัล ฉบับแก้ไขเรียบร้อยแล้ว และกรมศุลกากรอยู่ระหว่างการนำระเบียบดังกล่าวลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ทันทีในวันถัดจากวันที่ประกาศ และหลังจากนั้น กรมจะศึกษาทบทวนการจ่ายเงินรางวัลศุลกากรในภาพรวมอย่างรอบด้าน โดยจะเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 เพื่อยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลศุลกากรของพนักงานศุลกากรทุกระดับ เพื่อให้ระบบการบังคับใช้กฎหมายของกรมศุลกากรตั้งอยู่บนหลักความเป็นธรรมสูงสุด
ทั้งนี้ การปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินรางวัลศุลกากร จะยกเลิกสิทธิการได้รับเงินรางวัลศุลกากรของระดับผู้บริหารกรมศุลกากร ได้แก่ อธิบดี ที่ปรึกษาฯ รองอธิบดี ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการสำนักงาน และนายด่านศุลกากร เนื่องจากผู้บริหารกรมศุลกากรบางตำแหน่งมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาสั่งคดี การกลั่นกรองความเห็น หรือการพิจารณาอุทธรณ์ในคดีศุลกากร ดังนั้น แม้การได้รับเงินรางวัลศุลกากรจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างโปร่งใส ปราศจากข้อครหา และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและผู้ประกอบการ กรมศุลกากรจึงเห็นสมควรยกเลิกสิทธิการได้รับเงินรางวัลของผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ กรมศุลกากรได้ปรับปรุงเกณฑ์การจำแนกกลุ่ม และกำหนดคำนิยามผู้มีสิทธิได้รับเงินรางวัลศุลกากรให้ชัดเจนมากขึ้น โดยจัดประเภทเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 กลุ่ม กล่าวคือ กลุ่มที่ 1 ผู้จับกุมและผู้ตรวจพบความผิด กลุ่มที่ 2 ผู้ร่วมจับกุม กลุ่มที่ 3 ผู้ช่วยเหลือ รวมถึงกำหนดเกณฑ์การแบ่งสัดส่วนของเงินรางวัลศุลกากรให้เหมาะสม และสอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริงมากขึ้นเพื่อสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมและผลการปฏิบัติงานมากกว่าตำแหน่ง
นายพันธ์ทอง กล่าวว่า การยกเลิกสิทธิรับเงินรางวัลของผู้บริหารในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปองค์กร เพื่อแสดงให้เห็นว่าการใช้อำนาจของรัฐจะต้องปราศจากข้อกังขาเรื่องผลประโยชน์ส่วนตน แม้การจ่ายเงินรางวัลจะชอบด้วยกฎหมาย แต่หากส่งผลต่อความเป็นกลางในการบังคับใช้กฎหมาย หรือกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เราก็พร้อมปรับเปลี่ยนเพื่อยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสขององค์กร อีกทั้งยังเป็นการวางรากฐานขององค์กรที่แสดงให้เห็นถึงการยึดถือความถูกต้องเหนือผลประโยชน์ อันเป็นการเน้นย้ำถึงการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลและมาตรฐานสากล
“ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และรองนายกฯ เอกนิติ ได้มุ่งยกระดับความโปร่งใสของภาครัฐ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตเชิงรุก ประกอบกับมติ ครม.เห็นชอบข้อเสนอแนะของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งได้เสนอให้ทบทวนระบบการจ่ายเงินรางวัลของหน่วยงานที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากพบว่า การปฏิบัติงานที่มีเงินรางวัลเป็นเหตุให้เกิดปัญหาการทุจริตจากการปฏิบัติหน้าที่สูงกว่าข้าราชการอื่น รวมถึงเพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานประเทศไทยเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับธรรมาภิบาลภาครัฐ และการต่อต้านการทุจริตตามหลักสากล กรมศุลกากรจึงได้ปรับปรุงระเบียบโดยยกเลิกสิทธิการรับเงินรางวัลสำหรับผู้บริหารระดับสูง เพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์เจตจำนงที่ชัดเจนขององค์กรในการลดความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน”



