เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี นายอนุเทพ ศรีดาวเรือง จัดหางานจังหวัดอุดรธานี แถลงข่าวการจับกุม นายไสว อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ 257 /2564 ลงวันที่ 15 พ.ย.64 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง, หลอกลวง และร่วมกันปลอมและใช้หรืออ้างเอกสารราชการปลอม, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยจับกุมได้ที่สบายดีโฮเทล ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี ตรวจยึดบ้าน ที่ดิน รถเก๋ง รถปิกอัพ รถบรรทุก รวม 7 คัน

ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า วันนี้มีผู้เสียหายที่โดนหลอกจากการอ้างว่าสามารถส่งไปทำงานเป็นคนงานเกษตร ที่ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ จะได้ค่าจ้างเดือนละ 8 หมื่นบาท ซึ่งมีผู้เสียหายมาร้องทุกทั้งหมด 28 ราย ในการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบพฤติการณ์ในการหลอกลวงใช้สื่อออนไลน์ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562-2564 แล้วก็นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา รวมมูลค่าเสียหายมากกว่า 2 ล้านบาท และผู้ต้องหายังกระทำความผิดอีกหลายข้อกฎหมายทั้งการหลอกลวง และการปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ ซึ่งก็ต้องขอบคุณผู้เสียหายที่พบเห็นความผิดปกติของทางเพจ จึงได้เข้ามาร้องเรียนที่จัดหางานจังหวัด และแจ้งตำรวจจนจับกุมผู้ต้องหา

นายอนุเทพ ศรีดาวเรือง จัดหางานจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบประวัตินายไสว พบว่าไม่ได้รับอนุญาตให้จัดหางาน หรือเป็นตัวแทนหรือลูกจ้างบริษัทจัดหางานไปต่างประเทศ จึงได้รวบรวมพยานและหลักฐานมอบหมายให้นิติกรร้องทุกข์กล่าวโทษ แจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี ข้อหา หลอกลวงผู้อื่นว่า สามารถจัดหางาน ส่งไปฝึกงานที่ต่างประเทศได้โดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี กล่าวว่า นอกจากนี้ผู้ต้องหายังมีการทำผิด เช่น การนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ การฉ้อโกงประชาชน การหลอกลวงจัดหางาน รวมถึงการปลอมและใช้เอกสารปลอม ทั้งหมดนี้เป็นของราชการจึงนำไปสู่ขบวนการยึดทรัพย์ 8.2 ล้านบาท เพื่อเข้าสู่ พ.ร.บ.ฟอกเงิน

ขณะที่ผู้เสียหายหลายรายทราบข่าวตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วจึงพากันเดินทางมาชี้ตัวพร้อมกับขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย แล้วทุกคนต่างก็มีความหวังว่าจะได้เงินคืน เพราะบางรายได้นำที่นาไปจำนองเพื่อกู้เงินมาจ่ายให้ลูก โดยหวังว่าจะได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ แต่เมื่อพอถึงเวลา กลับไม่ได้เดินทางไป มีภาระหนี้สินผูกพันจนถูกยึดที่ดินไปตามๆ กัน