สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ว่า คณะตุลาการศาลฎีกามีมติเสียงข้างมาก ด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 เพื่อรับรองกฎหมายของรัฐเทนเนสซี ซึ่งห้ามการใช้ฮอร์โมน ยายับยั้งการเจริญพันธุ์ และผ่าตัดแปลงเพศสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
นายจอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกา เขียนในคำวินิจฉัยว่า คดีนี้มีน้ำหนักของการถกเถียงอย่างดุเดือดทางวิทยาศาสตร์ และนโยบายเกี่ยวกับความปลอดภัย ประสิทธิผล และความเหมาะสมของการรักษาทางการแพทย์
Supreme Court Upholds Ban On Gender-Affirming Care For Minorshttps://t.co/8u78GYA7tp pic.twitter.com/R9Y3cRzsua
— Forbes (@Forbes) June 18, 2025
ทั้งนี้ บทบาทของศาลไม่ได้อ้างอิงจากองค์ความรู้ ความยุติธรรม หรือตรรกะของกฎหมาย แต่เพียงเพื่อให้แน่ใจว่า กฎหมายจะไม่ละเมิดการคุ้มครองที่เท่าเทียมกัน
คดีนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา และกระทรวงยุติธรรมในยุครัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้เข้าร่วมกับฝ่ายต่อต้านกฎหมาย โดยให้เหตุผลว่า กฎหมายดังกล่าว “ละเมิดหลักการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกัน” ของรัฐธรรมนูญ ด้วยการปฏิเสธไม่ให้ผู้เยาว์ข้ามเพศ เข้าถึงการรักษาทางการแพทย์
หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กลับเข้ารับตำแหน่งสมัยที่สอง เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ซึ่งจำกัดการแปลงเพศสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 19 ปี และแม้สหรัฐจะไม่มีกฎหมายต่อต้านการรักษาเยาชนข้ามเพศ คำสั่งของทรัมป์ถือเป็นการยุติการสนับสนุนของรัฐบาลกลาง
ขณะที่สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (เอเอพี) เตือนว่า คำตัดสินดังกล่าว “เป็นบรรทัดฐานที่อันตราย” ของการแทรกแซงแนวทางการแพทย์โดยฝ่ายนิติบัญญัติ เนื่องจากการรักษาเพื่อยืนยันเพศสภาพเป็นสิ่งจำเป็นในทางการแพทย์ เพื่อรักษาอาการสับสนทางเพศ และได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัย ประสบการณ์ทางคลินิก และฉันทามติทางวิทยาศาสตร์มาหลายสิบปี.
เครดิตภาพ : AFP



