นับว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของประเทศไทย สำหรับ “โอปอล สุชาตา” Miss World 2025 ที่ได้คว้ามงกุฎแห่งประวัติศาสตร์ มงกุฎแรกจากเวที Miss World ครั้งที่ 72 มาให้กับแฟนๆ ชาวไทยได้สำเร็จ ชนิดที่ว่าเหมาะสมทุกประการไม่ค้านสายตาชาวโลกนั้น

ต่อมาหลังจากที่โอปอลกลับมาเมืองไทย เจ้าตัวจึงพา “จูเลีย มอร์ลีย์” Chairwoman and CEO Miss World Organization ร่วมด้วย “แม่ปุ้ย-ปิยาภรณ์ แสนโกศิก” CEO TPNG และ ทีมมิสเวิลด์ เดินทางไปพักผ่อนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อเยี่ยมวิถีชีวิตช้างไทย ณ เพนียดคล้องช้าง ศูนย์พัฒนาพันธุ์ช้างอยุธยา พร้อมทั้งคุณจูเลียได้บริจาคเงิน 2 หมื่นดอลลาร์ (655,590 บาท) เพื่อเป็นการสนับสนุนการดูแลสวัสดิภาพของช้างเร่ร่อนและช้างที่ได้รับการช่วยเหลืออีกด้วย

สดใสกลางสายน้ำ! ‘โอปอล มิสเวิลด์’ ให้อาหาร-ขี่ช้างแฝด บริจาคดูแล 2 หมื่นดอลลาร์

ล่าสุด โอปอล ได้เล่าประสบการณ์พาคุณจูเลียไปขี่ช้างที่อยุธยา และเปิดใจหลังจากนี้ต้องเตรียมเดินทางอีกหลายประเทศ พร้อมส่งแรงบันดาลใจให้กับทุกคน รวมถึงหลังจากนี้พร้อมทำหน้าที่ของผู้หญิงระดับโลกแล้ว โดยเธอเผยว่า

“ชีวิตของโอปอลช่วงนี้แฮปปี้ดีค่ะ เมื่อวานก็พาคุณจูเลียไปดูช้างมา สนุกมากค่ะ เหมือนได้พักผ่อนวันหนึ่ง ซึ่งคุณ “จูเลีย” เป็นคนชอบช้างอยู่แล้ว เขาเคยเห็นช้างแล้ว แต่ตอนที่เขามาถึงไทยวันแรก โอปอลก็ถามว่า เขาอยากทำอะไร เขาก็บอกว่า เขาชอบช้าง แล้วก็เลยคิดว่าถ้ามีวันว่างก็อยากพาเขาไปดู ซึ่งใกล้สุดก็คืออยุธยาก็เลยพาเขาไป เขาดูเอ็นจอย แฮปปี้ค่ะ ช้างเรียบร้อยมาก พอเขาอ่อนโยนมาก เราก็เลยเข้าไปเล่นกับเขาได้

สำหรับคุณจูเลีย สัตว์หรือช้างเขามองว่าเป็นเด็ก ด้วยความที่สัตว์ไม่สามารถพูดกับเราได้ แล้วบางทีเขาก็เติบโตในป่า ด้วยโลกที่มันเปลี่ยนไป และป่าก็มีน้อยลง บางทีพื้นที่ก็ถูกรุกราน ก็เลยรู้สึกว่าสัตว์พวกนี้มันยังไม่สามารถที่จะดูแลตัวเองได้อย่างดี แต่มันก็จะดี ถ้ามีคนเข้าใจเขาและรับเขามาดูแล และให้ชีวิตที่ดีกับเขา ซึ่งคุณจูเลียได้บริจาคเงิน 20,000 ดอลลาร์ คือเขาก็เห็นว่ามันมีอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม และด้วยความคุณจูเลียเขาก็รักช้างมาก แล้วช้างก็เป็นสัตว์คู่บุญของไทย ประจำชาติของไทย เขาก็เลยอยากที่จะซัพพอร์ตตรงนี้ตอนที่มีโอกาสได้ไป และได้มีการถามไถ่คนดูแลที่นั่นว่าต้องการอะไรเพิ่มเติม ก็ให้แจ้งมาทางเรา เดี๋ยวเราจะกระจายข่าวต่อไป เพราะว่าแพลตฟอร์มของเราถึงคนทั่วโลก เราก็จะใช้พื้นที่ตรงนี้ให้เขามีโอกาสได้รับการระดมทุน และการช่วยเหลือจากคนอื่นๆ ด้วย

สำหรับเงินบริจาค 20,000 ดอลลาร์ก็คือเยอะสำหรับเรา คือเขาไปเห็นว่าตรงนี้ต้องการคนดูแล พอเรามีโอกาสได้ไป เราก็อยากที่จะซัพพอร์ต แล้วก็ถ้าเกิดมีโอกาสแล้วก็อยากจะมีอะไรให้เขาเพิ่มเติมด้วยค่ะ ซึ่งช้างเขาเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของเรา เขามีความพิเศษ เป็นหนึ่งในสัตว์ที่โอปอลชอบด้วย เพราะเขารู้ เขาฉลาด และช้างก็มีความเข้าใจผู้อื่นมากที่สุดในบรรดาสัตว์ทั้งหลาย และเขามีความคิดได้ว่า เขาจะต้องช่วยเหลือหรือว่าเขาจะต้องทำอะไร เราก็เลยรู้สึกว่า ดีใจที่คุณจูเลียเขาชอบ เขารัก ยิ่งเพราะเขาสนับสนุนแล้วก็ดีใจมากกว่าเดิม

ถามถึงประสบการณ์การขี่ช้างของโอปอล เราเคยขี่ช้างแล้วครั้งหนึ่ง แต่เราไม่เคยลงไปเล่นน้ำกับเขา ซึ่งรอบนี้เราก็ได้ขึ้นหลังของช้างเลย และได้ลงไปเล่นน้ำด้วยกัน ก็รู้สึกชอบ คือเราอยากลงอยู่แล้วเพราะเราเคยอาบน้ำกับช้างแล้วเราชอบ แต่เราก็ไม่รู้ว่ามีเวลาพอไหมหรือสามารถลงได้หรือเปล่า จนตอนหลังคุณจูเลียเขาบอกว่า อยากให้เราไปยืนถ่ายรูปใกล้ๆ ช้าง โอปอลก็เลยบอกว่า งั้นฉันขอลงไปเลยได้ไหม เพราะฉันเตรียมเสื้อผ้ามาแล้ว เขาก็เลยบอกว่าโอเค เราก็เลยได้ลงไปเล่น

และมีโมเมนต์หนึ่งที่นั่งรถมอเตอร์ไซค์ แล้วคุณจูเลียเขานั่งดูเราและเขานั่งยิ้มตาม ซึ่งโอปอลไม่ได้เห็นรูปนั้น เรามาเห็นรูปทีหลังก็หัวเราะ แล้วก็ชอบ ซึ่งเขานั่งอยู่ข้างแม่ปุ้ย มันเป็นฟีลแม่ๆ บ้านใกล้กันแล้วก็หยุดคุยกัน ก็เป็นภาพที่อบอุ่นและเขาเป็นต่างชาติที่มาไทย เขาได้มีโมเมนต์ในประเทศเรา เราก็ดีใจมาก แต่ตอนนี้คุณจูเลียก็กลับไปแล้ว โอปอลก็ไปส่งประมาณ 7 โมงเช้า ก็เดี๋ยวจะไปต่างประเทศเพราะเขาคุยงาน แต่ว่าคิดว่าเดี๋ยวจะกลับมาเร็วๆ นี้

ส่วนของโอปอลตอนนี้ แพลนการเดินทางคร่าวๆ อาจจะไปอินโดฯ แทนซาเนีย แอฟริกา ประมาณนี้ แต่ยังไม่มีแพลนออกมาเป็น OFFICIAL เพราะว่าอาจจะต้องดูว่าอาจจะไปอังกฤษก่อน ซึ่งโอปอลอาจจะต้องรอในเรื่องของวีซ่าและพาสปอร์ต และคุณจูเลียเขาก็อยากให้เราได้พัก ได้ใช้เวลากับครอบครัว เพราะเรากลับมาก็ค่อนข้างยุ่งๆ ต้องไปพบผู้ใหญ่ต่างๆ เขาก็เลยอยากให้เราได้พักผ่อนและได้ใช้เวลากับที่บ้าน ก็อาจจะได้อยู่ประเทศไทยช่วงหนึ่ง แต่ว่าไม่เกินเดือนนี้ หรือไม่ก็อาจจะ 20 ต้นๆ อาจจะต้องไปแล้ว

ก่อนหน้านี้ได้เคยให้สัมภาษณ์บอกว่า นอนไม่ค่อยหลับ หลังจากที่ได้รับตำแหน่งมา ตอนนี้ก็เข้า 20 วันแล้ว เวลาผ่านไปไวมาก ช่วงแรกๆ ปรับตัวนิดนึง เพราะว่าเรารู้ว่ามันเป็นอะไรที่ใหญ่มาก เพราะเป็นมงแรกและเป็นมงใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันทุกคนก็รู้ว่ามันไม่ง่าย ขนาดโอปอลเองยังรู้สึกเลยว่ายาก ยังเคยคุยกับทีมเลยว่าจะไหวไหม ชาเลนจ์คือเยอะมาก แล้วมันเก็บตัวระยะเวลานาน นอกจากศักยภาพที่เราต้องโชว์แล้ว มันต้องใช้ทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ว่าเราก็ทำสำเร็จเลยรู้สึกว่ามันคือความจริงใช่ไหม ก็รู้สึกเหมือนกับทุกคนเลยว่า ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพนี้ ก็ใช้เวลาพอสมควรเลยกับการปรับตัว เหมือนเราก็สงสัยว่า ในอนาคตชีวิตจะเป็นยังไง เลยนอนคิดจึงทำให้นอนไม่หลับค่ะ แต่ตอนนี้เริ่มหลับแล้วเพราะว่ามึนๆ มันต้องนอน

ส่วนในเรื่องของรางวัล ตอนนี้เรายังไม่ได้คุยรายละเอียด แต่คิดว่าคงเหมือนการประกวดนางงามทั่วไป โอปอลก็ยังไม่ได้ถามถึงโดยรวมว่าเราได้อะไรบ้าง อย่างที่โอปอลบอกว่า ตอนที่เข้ามากับการประกวดมิสเวิลด์ เราไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เลย เพราะจุดมุ่งหมายของเราคือ 1. เราอยากเดินทางรอบโลกไปการกุศลต่างๆ 2.เราอยากให้คนไทยได้เห็นการมองในยุคนี้ ให้เขาได้มีอะไรได้ภาคภูมิใจไปอีกหลายๆ ปี

รางวัลกับเกียรติยศที่ได้มา เป็นเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับโอปอล เกียรติยศ ความภาคภูมิใจ ได้รับเกียรติ มันเป็นสิ่งที่ซื้อไม่ได้ มันต้องได้รับโอกาสในการทำเพื่อที่เหมาะสมที่จะได้รับมัน แล้วมันเป็นสิ่งที่ได้รับไม่ไหวในชีวิต เราก็เลยรู้สึกขอบคุณกับโอกาสนี้มาก ในส่วนของรางวัลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือสิ่งของ หรือทรัพย์สินอะไรก็แล้วแต่ มันเหมือนเป็นรางวัลให้กับความเหนื่อยของเรา แต่ว่ามันจะเป็นอีกพาร์ตหนึ่งที่เรารู้สึกว่าเราไปจัดการทีหลังได้ แล้วก็อยู่ที่ว่าเราจะได้รับอะไรมา เพราะนอกจากอันนี้เราก็ยังมีอย่างอื่นที่เราเคยได้มาในชีวิตเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นจากการทำงาน จากพ่อแม่ อยู่ที่ว่าเราจะจัดการตรงนี้ยังไง ที่มันสามารถเพิ่มพูนตรงนี้ได้ในอนาคต

ด้วยความที่เงินรางวัลถ้าให้แปลมาเป็นเงินไทยคือมันเยอะมาก แต่หลายคนมองว่าอาจจะเป็นเงินสนับสนุนในการทำโครงการหรือเปล่า อันนี้ยังไม่ได้ถามรายละเอียด แต่ว่าก็คิดว่าคงเป็นภาพรวม เหมือนกับการที่ว่าเราได้รับมงกุฎระดับประเทศมา มันก็จะมีทั้งเงินรางวัลและเงินสนับสนุน ก็คิดว่ามันอาจจะเป็นอะไรในภาพรวมเพราะตัวเลขค่อนข้างเยอะ แต่เรายังไม่ได้ถามรายละเอียด ก็คงดีถ้ามันรวมแบบว่าในกองทุนสนับสนุนของเราด้วย ส่วนโครงการที่ทำอยู่ตอนนี้ คือ ตอนที่เราได้มิสเวิลด์ เราเห็นได้ว่ามันไปต่อได้ แต่เรายังไม่ได้ภาพชัดเจนขนาดนั้น ว่าเราจะวางแผนต่อไปยังไง โดยละเอียดเราจะเดินหน้ายังไงกับโครงการตรงนี้ เรารู้แค่ว่ามันมีโอกาสต่อไปเรื่อยๆ มากขึ้น ในการที่เราจะสร้างสรรค์อะไรเพิ่มขึ้นได้

และก่อนหน้านี้โอปอลเคยบอกว่าอยากเป็นสายการทูต หลังจากนี้ก็คงคิดว่าอีกสักพักกว่าจะได้กลับไปเรียน และไปต่อทางสายการทูต เพราะเราต้องทำหน้าที่ตรงนี้ให้ครบหนึ่งปี และเราก็ไม่รู้ว่าหลังจากหนึ่งปีที่เราดำรงตำแหน่ง ยังไม่รู้ว่ามีอะไรที่โอปอลทำงานต่อได้หรือเปล่า แต่ก็คิดไว้ว่าถ้ามีโอกาสก็อยากกลับไปทางนั้นให้ได้เร็วที่สุด เพราะว่าการเป็นนักการทูตมันก็ต้องใช้เวลาศึกษาทำงานในการไต่เต้าเหมือนกัน แต่ก็คิดว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีได้ฝึกงานภาคสนามจริง เพราะว่ามิสเวิลด์ก็เหมือนเป็นตัวแทนประเทศ เป็นตัวแทนโลก เราจะต้องออกงานที่เป็นสายการทูตอยู่แล้วค่ะ

ถามว่าตอนนี้อยากจะทำอะไรหรือมีอะไรที่อยากจะทำ ความจริงก็แอบอยากกลับบ้านที่ภูเก็ต เพราะว่าอยากไปทะเล เพราะว่าถ้ามีโอกาสก็อยากกลับไป และคิดว่าตอนนี้ที่สำคัญที่สุดก็น่าจะเป็นการวางแผน เพราะว่าโอปอลก็ต้องวางแผนให้บาลานซ์ ชีวิตในการเป็นมิสเวิลด์ว่า เรามีหน้าที่อะไรที่ต้องทำบ้าง และชีวิตส่วนตัวของเราว่า อะไรที่เราจะต้องจัดการให้เสร็จเรียบร้อย ให้เราได้ไปทำตรงนี้ให้เต็มที่ รวมถึงในอนาคตด้วยว่า ในโครงการจะทำอะไรให้มันชัดเจนอยู่ได้ เพราะโอปอลรู้ว่า เราจะต้องไปสายอาชีพอีกอาชีพหนึ่งที่เราจะต้องทุ่มเทกับมันเหมือนกัน แต่ว่าในขณะเดียวกันโครงการกุศลของเรามันเป็นอะไรที่เราอยากทำไปตลอดชีวิตเพราะฉะนั้นเราก็ต้องหาวิธีที่จะต้องรันได้ด้วยตัวของมันเองโดยที่ไม่ต้องมีโอปอลมาลงสนามทุกครั้ง เราก็ต้องเซ็ลตระบบตรงนี้ไว้ด้วย ก็จะรีบทำให้เสร็จเพื่อที่เราจะสามารถไปทำงานอื่นๆ ต่อได้

ถามว่าโอปอลผ่านมาเยอะไหม โอปอลก็ผ่านมาเยอะ มันไม่ได้ง่ายเพราะว่าเราต้องยึดมั่นกับตัวเองมากๆ ไม่ว่าจะเป็นนางงามหรือว่าเป็นหน้าที่ไหนก็แล้วแต่ เพราะว่าเราเจอใครหลายๆ คน เราเจอคำพูดหลายคำพูด ตลอดชีวิตที่เราใช้ เราต้องแน่วแน่กับสิ่งที่เราเชื่อมั่นมากๆ เราจะต้องยืนหยัด ไม่งั้นเราจะเป๋ไปเป๋มา เราก็จะไม่สามารถที่จะทำให้จุดมุ่งหมายของเราสำเร็จได้ แต่ในขณะเดียวกันมันเป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่าการที่มันยากมันทำให้วันที่เราได้สิ่งนี้มันมีค่า เพราะว่าเราผ่านอะไรมาเยอะกว่าเราได้มัน แล้วทุกอย่างในชีวิตที่เราทำมันไม่มีอะไรง่าย ไม่ว่าสายอาชีพไหน เป้าหมายไหนก็ตามมันมีสิ่งที่เราต้องสู้และต้องแลก เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนรู้ว่าเราต้องเหนื่อยช่วงแรกๆ แต่ว่าเมื่อเราสำเร็จแล้วมันคุ้มค่า และอยากบอกทุกคนว่าโอปอลก็เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งเหมือนกัน อย่างที่ทุกคนบอกว่าเป็นผู้หญิงธรรมดาจนวันหนึ่งเราได้เป็นมิสเวิลด์ เราอยากให้ทุกคนมองแล้วมันเป็นไปได้สำหรับทุกคนเหมือนกัน การที่คุณเป็นคนธรรมดาสิ่งนี้มันทำให้คุณยิ่งเป็นแบบอย่าง เพราะมันทำให้เรายิ่งเห็นว่า เราเป็นคนธรรมดาแต่เราสามารถทำอะไรได้บ้างที่มันไม่ทำอะไร

คำว่าผู้หญิงระดับโลกและหน้าที่หลังจากนี้ที่จะเกิดขึ้นก็พร้อมค่ะ เราพร้อมเต็มที่ก็อย่างที่บอก ต่อให้เป็นผู้หญิงระดับโลก ปอก็เป็นคนธรรมดา อันนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้เราสามารถมายืนระดับโลก แล้วก็เป็นตัวแทนทุกคนได้เพราะว่าเราเป็นคนธรรมดาที่เข้าใจสิ่งที่ทุกคนรู้สึก และเราก็พร้อมที่จะช่วยเหลือทุกคนกลับไป ก็อยากให้ทุกคนติดตามการผจญภัยครั้งนี้ด้วย จะได้พูดคุยช่วยเหลือและติดตามกันค่ะ”