เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. รศ.ดร.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกรรมการคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนพ่อแม่ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางคนอาจไม่ทราบถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับลูก แต่จริง ๆ เด็กที่เติบโตในครอบครัวที่มีพ่อแม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า กำลังเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งทางสุขภาพ จิตใจและพฤติกรรม ยกตัวอย่างการศึกษา พบว่าเด็กที่สัมผัสนิโคตินตั้งแต่เล็กมีแนวโน้มที่จะติดสารเสพติดได้ง่ายขึ้นในอนาคต และสารพิษจากบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้อยู่เฉพาะในอากาศ แต่ยังเกาะติดบนเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ของเล่น และพื้นผิวต่าง ๆ เด็กเล็กที่คลานหรือสัมผัสสิ่งของเหล่านี้อาจได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้

“มีหลักฐานจากงานวิจัยต่างประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกา พบว่าเด็กที่มีพ่อแม่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีโอกาสสูงกว่าถึง 2 เท่าที่จะลองใช้บุหรี่ไฟฟ้าเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ดังนั้นการรักลูกให้ถูกต้องพ่อแม่ผู้ปกครองต้องหยุดส่งต่อสารพิษให้พวกเขา อย่าทำให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาพร้อมกับควันพิษ พวกเขาสมควรได้รับอากาศบริสุทธิ์” รศ.ดร.ภก.วิทยา กล่าวและว่า งานวิจัยจากออสเตรเลีย พบเด็กที่เติบโตในครอบครัวที่พ่อแม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและปัญหาควบคุมอารมณ์สูงขึ้น

รศ.ดร.ภก.วิทยา กล่าวต่อว่า ดังนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ สสส. จึงได้ร่วมกับศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดนิทรรศการมีชีวิต FAKE OR FRESH? – MY LIFE EXHIBITION ภายใต้โครงการ “รู้ทันสื่อรู้ทันภัยป้องกันเยาวชนไทยจากบุหรี่ไฟฟ้า” เพื่อเปิดให้เด็กเยาวชนเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการอินเตอร์แอคทีฟ ออกแบบเนื้อหาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายคือ เด็กเยาวชน ซึ่งมีครูและนักเรียนจากโรงเรียนหลายแห่งเข้าชมจำนวนมาก โดยครูและนักเรียนเห็นตรงกันว่า ข้อมูลเรื่องภัยบุหรี่ไฟฟ้าจากนิทรรศการเข้าใจง่าย และสามารถนำข้อมูลไปเตือนภัยคนใกล้ตัวได้ ขณะที่งานวิจัยต่างชาติชี้ให้เห็นว่า พ่อแม่ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลให้ลูกเสี่ยงเกิดภาวะทางอารมณ์

ด้าน น.ส.อุไรวรรณ มะเดชา ผอ.โรงเรียนวัดชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ทางโรงเรียนมีมาตรการหนึ่งคือเข้มงวดคือคอยมอนิเตอร์ผ่านกล้องวงจรปิดเพื่อสังเกตพฤติกรรมของเด็กหลาย ๆ มุมโดยเฉพาะมุมอับของโรงเรียนหรือมุมที่ห่างไกลสายตาครู แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กทุกคนสุ่มเสี่ยงหมดด้วยพื้นฐานของครอบครัว ชุมชน เราพยายามป้องกันจากโรงเรียนเพื่อขยายผลไปสู่การป้องกันของสังคมภายนอกต่อไป ซึ่งมั่นใจว่ารั้วสถานศึกษาแห่งโรงเรียนวัดชนะสงครามปลอดบุหรี่ไฟฟ้า 100%

“พ่อแม่ผู้ปกครองสำคัญที่สุดที่จะเป็นตัวอย่างให้ลูก โรงเรียนมอบสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ไม่อันตรายต่อเด็กเพื่อพยายามปลูกฝังเขาแล้วให้เด็กนำไปสื่อสารต่อกับครอบครัวหรือชุมชน ฝากถึงผู้ปกครองและชุมชนว่าถึงแม้จะไม่มีกลิ่นแต่ความอันตรายมันจะเริ่มสะสมในร่างกายของคุณและตัวลูก ๆ ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงหรือไม่สมควรทำให้เด็กเห็นเด็ดขาดค่ะ” นางสาวอุไรวรรณ กล่าว

ด้าน นายต่อยศ นาคะนาท ครูโรงเรียนวัดชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การพูดคุยของเด็กประถมเริ่มมีการกล่าวถึงเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าอยู่บ้าง จากการสอบถามได้คำตอบว่า เห็นผู้ปกครองสูบพร้อมกับได้กลิ่นหอม หรือบางคนเห็นมาจากโซเชียลมีเดีย ในฐานะครูจึงต้องทำหน้าที่ให้ความรู้อยู่เสมอและทันที โดยเฉพาะเรื่องความอันตรายหากได้รับสารพิษชนิดต่าง ๆ ของกลิ่นบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปในร่างกาย ขณะที่ เด็กหญิงพัชรพร นาคศรีสุวรรณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดสมณานัมบริหาร กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตนเคยเห็นคนสูบบุหรี่ไฟฟ้า อย่างที่สาธารณะ ที่จะได้กลิ่นผลไม้ และยอมรับว่าตกใจเมื่อทราบว่ากลิ่นที่เคยได้สัมผัสเป็นอันตรายต่อร่างกายตัวเอง สารพิษต่าง ๆ ที่ได้รับข้อมูลจากนิทรรศการมีชีวิต FAKE OR FRESH ทำให้ต้องระวังตัวมากขึ้นและสัญญาจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงจะนำเรื่องราวที่ได้จากนิทรรศการไปบอกต่อคนรอบข้าง.