เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ สำนักงานศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และอดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และคณะอนุกรรมการควบคุมสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด นายนิยม เติมศรีสุข ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและรับฟังการบรรยายสรุป การควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด โดยมี นายคณิต มีปิด รองอธิบดีกรมศุลกากร นายวุฒิ เร่งประดุงทอง ผอ.สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง เรือโท ยุทธนา โมกขาว ผอ.ท่าเรือแหลมฉบัง นายกานต์สกล อินทรสวาท ผอ.ส่วนสืบสวนและปราบปรามที่ 3 กองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุป

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การหยุดยั้งปัญหายาเสพติดในประเทศไทย จะทำได้อย่างเด็ดขาดก็ต่อเมื่อเราสามารถแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าสารเคมีตั้งต้นได้ ปัจจุบัน ประเทศไทยไม่มีโรงงานผลิตยาเสพติด นอกจากกัญชาและกระท่อม ซึ่งเป็นพืชที่ต้องจัดการตามกฎหมาย การขาดแคลนสารเคมีตั้งต้นจะช่วยหยุดการผลิตยาเสพติดได้ เนื่องจากประเทศไทยไม่ใช่ผู้ผลิตสารเคมีเหล่านี้ แต่สารตั้งต้นส่วนใหญ่ส่งไปยังภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสามเหลี่ยมทองคำ

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า ปัญหายาเสพติดเป็นความท้าทายในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ปัญหานี้ เป็นความเจ็บปวดสำหรับกลุ่มประเทศอาเซียนและนานาชาติ ที่มักจะถูกกล่าวหาว่าอาเซียนเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดอันดับหนึ่งของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย ที่เป็นทั้งทางผ่านและปลายทางสำคัญของยาบ้า สิ่งนี้ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีนโยบายที่ชัดเจนและมีตัวชี้วัดเรื่องยาเสพติด โดยตั้งเป้าลดปัญหายาเสพติดภายใน 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การจะประกาศว่ายาเสพติดจะหมดไปภายในระยะเวลาอันสั้นนั้น อาจไม่เป็นจริง หากพวกเราไม่จัดการกับต้นตอของปัญหาอย่างจริงจัง นั่นคือการลักลอบนำเข้าสารเคมีตั้งต้น ทั้งนี้ การดำเนินงานเพื่อควบคุมสารเคมีตั้งต้น ที่ผ่านมามีการจับกุมสารเคมีตั้งต้นและเคมีภัณฑ์จำนวนมาก เช่น กรณีที่แม่สอด รัฐบาลสามารถยึดสารเคมีได้เป็นจำนวนมาก นี่คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการลักลอบนำเข้าสารเคมีเหล่านี้

“ซึ่งทาง ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม กำลังตรวจสอบเส้นทางการนำเข้าและส่งออกสารเคมีที่ออกจากประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง หากพบว่าใครเป็นผู้ผลิตหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสมคบคิดนำเข้าสารเสพติดเข้าประเทศ ทุกคนจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ จะติดตามและประเมินผลการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าจะเห็นผลที่เป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน เพื่อยืนยันว่าปัญหายาเสพติดจะได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน” รมว.ยุติธรรม กล่าว



