เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. …. หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นเสร็จแล้วว่า จากการรับฟังความคิดเห็นประชาชนผ่านระบบออนไลน์ มีผู้มาแสดงความคิดเห็นประมาณ 1 หมื่นคน โดยประมาณ 8-9 พันคน เห็นด้วยให้มีการยกระดับการควบคุม การอนุญาตให้ใช้กัญชาได้ตามใบสั่งแพทย์ และส่วนที่ไม่เห็นด้วยนั้น มองว่า หากให้ใช้ตามใบสั่งแพทย์ถือเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ กระทบกับผู้ประกอบการกัญชาในไทย

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการรับฟังความเห็นเรียบร้อยแล้ว และส่วนใหญ่เห็นด้วยให้มีการควบคุมการใช้ทางการแพทย์ ใช้ตามใบสั่งแพทย์ ซึ่งปัจจุบันมีการอนุญาตให้ใช้เพื่อการรักษาใน 15 กลุ่มโรค ทางกรมการแพทย์แผนไทยจึงได้สรุป และปรับปรุงร่างประกาศส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) แล้วเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณา และส่งเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป โดยมีผลทันที แต่ในระยะแรกอาจจะต้องมีช่วงเวลาให้กับผู้ประกอบการร้านกัญชาต่างๆ ได้ปรับตัวตามประกาศฉบับใหม่ ซึ่งต้องปรึกษาหารือกันว่า ส่วนนี้ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ส่วนเรื่องโทษกรณีฝ่าฝืนนั้น ในกฎหมายตัวนี้ยังเหมือนเดิม ต้องไปปรับแก้ใน พ.ร.บ. ใหญ่ ซึ่งเดิมให้จำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ก็จะแก้เป็นจำคุกมากกว่า 2 ปี ปรับมากกว่า 2 แสนบาท   

นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา เมื่อย้อนไปตั้งแต่เริ่มต้นในการเอากัญชาออกจากยาเสพติด ก็เพื่อใช้ทางการแพทย์ แต่เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … ยังไม่ผ่านสภา ก็มีการยุบสภา เลือกตั้งใหม่เสียก่อน ทำให้ไม่มีกฎหมายมาควบคุมการใช้ จึงต้องนำ พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ซึ่งกำกับกัญชามาใช้ก่อน แต่ พ.ร.บ. ตัวนี้ จะดูแลแค่เรื่องการขออนุญาตจำหน่าย ส่งออก และวิจัย โทษฝ่าฝืนไม่รุนแรง ดังนั้นวัตถุประสงค์ไม่ได้เขียนไว้แต่แรก เขียนแค่ว่า ขออนุญาต และทำรายงานว่าใช้อย่างไรเท่านั้น แต่ที่ผ่านมา เท่าที่เราดู ก็เชื่อว่ามีการใช้สันทนาการมากกว่า แต่เนื่องจากเราไม่ได้ให้มีการรายงานว่าใช้ด้วยสาเหตุอะไร เลยบอกชัดเจนไม่ได้ว่าใช้ทางการแพทย์เท่าไหร่ ใช้สันทนาการเท่าไหร่ แต่ถ้าดูจากสถานประกอบกิจการที่ขึ้นทะเบียนขออนุญาตใช้กัญชาทั้งหมดประมาณ 1.8 หมื่นแห่ง เป็นสถานพยาบาลเพียง 19 แห่ง เท่านั้น

“ร้านที่ขออนุญาตจำหน่ายกัญชา ต้องมีการรายงานการใช้ ต้องไม่อนุญาตให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีไปใช้บริการ ไม่ใช้มีการโฆษณา แต่ส่วนมากเราจะได้รับเรื่องร้องเรียนแบบนี้ตลอด” นพ.สมฤกษ์ กล่าวและว่า ที่ผ่านมา มีการจับกุมร้านค้าที่ทำผิดสถานประกอบกิจการกว่า 1 พันแห่ง ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด รวมถึงการลักลอบจำหน่ายกัญชา ส่วนที่มีการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. กว่า 20 จุดนั้น พบว่า มีร้านค้าถูกต้อง 10 แห่ง ไม่มีใบอนุญาต 10 แห่ง

นพ.สมฤกษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ยืนยันว่าเรามีการกำกับมาตลอด โดยใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย แต่เนื่องจากกฎหมายมันไม่แรง คนไม่เกรงกลัว และมีการใช้กัญชาเปิดมากขึ้น รมว.สมศักดิ์ จึงให้ดำเนินการให้เร็ว โดยปรับประกาศนี้ให้เหลือเพียงการใช้ในทางการแพทย์ และกัญชาที่นำมาใช้ต้องมาจากแหล่งปลูกที่มีคุณภาพ ต้องได้รับอนุญาต ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ นอกจากนี้ ในส่วนของ พ.ร.บ.กัญชาฯ ก็ได้เข้า ครม. อีกครั้งแล้ว ที่จะควบคุมเรื่องการปลูก การผลิต การแปรรูป จำหน่ายและส่งออก และเน้นเฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น โดยมีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เป็นผู้กำกับ

เมื่อถามว่า ที่มีการติดตาม จับกุมร้านกัญชาที่ฝ่าฝืนกฎหมายนั้น พื้นที่ไหนมีปัญหามากที่สุด นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) พบกระจายหลายๆ จุด แต่ที่พบเยอะคือย่านสุขุมวิท ส่วนถนนข้าวสารก็มีปริมาณไม่มากเท่า ส่วนที่จังหวัดท่องเที่ยวก็มีเยอะ ที่หนักสุดคือจังหวัดภูเก็ต ทั้งจังหวัดพบว่า มีการขออนุญาตเปิดร้าน 2 พันกว่าแห่ง ถือว่าเยอะมาก.