นายสุนทร โภคา นายอำเภอบางปะกง เป็นประธานเปิดการประชุมหารือแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางหลวงหมายเลข 34 บางวัว-จุดตัดทางหลวงหมายเลข 314 คลองอ้อม อ.บางปะกง ในการมีส่วนร่วมของประชาชน ณ หอประชุมอำเภอบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย นายกฤษดารักษ์ ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม นายคมชาญ ชัยพิทักษ์โรจน์ วิศกรงานทาง ผู้แทนกรมทางหลวง และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม โดยสำนักแผนงานกรมทางหลวง ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาประกอบด้วย บริษัท เอ็นแคด คอนซัลแตนท์ จำกัด ในการดำเนินการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทางหลวงบางวัว – จุดตัด คลองอ้อม สำนักแผนงานกรมทางหลวง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนอันจะเอื้อประโยชน์สูงสุดในการดำเนินงานศึกษาของโครงการ จึงได้กำหนดให้มีการประชุมเพื่อหารือแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการ ประกอบด้วย ความเป็นมาวัตถุประสงค์ของโครงการ พื้นที่ศึกษา ขอบเขตการศึกษา พร้อมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการศึกษา

นายสืบพงษ์ ไพศาลวัฒนา ผู้อำนวยการสำนักแผนงานกรมทางหลวง กล่าวว่า โครงการทางหลวงหมายเลข 34 เป็นทางหลวงแผ่นดินสายหลักที่อยู่ในแผนการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการลงทุน และการพัฒนาทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคตะวับออกของประเทศไทย เชื่อมต่อ EEC กับกรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 กรุงทพมหานคร – บ้านฉาง ปัจจุบันทางหลวงหมายเลข 34 เกิดปัญหาการติดขัดของการจราจรโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน เนื่องจากบริเวณสองข้างทางมีชุมชนหนาแน่น มีสถานที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการจำนวนมาก ปริมาณจราจรโดยเฉลี่ยต่อวันตลอดปี (AADT) ประจำปี 2566 รวบรถทุกประเภท 102.462 คันต่อวัน สัดส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่ 55.25% ทำให้เกิดการจราจรคับคั่ง จึงมีความจำเป็นต้องก่อสร้างเพิ่มช่องจราจรในทางหลัก และทางขนานทั้งขาเข้าและขาออกเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ช่วยลดอุบัติเหตุ และลดต้นทุนโลจิสติกส์

ซึ่งจากการตรวจสอบพื้นที่โครงการ พบว่า มีแหล่งโบราณสถานในระยะ 1 กิโลเมตรจากแนวเส้นโครงการ คือ วัดอุสภาราม [วัดบางวัว] ทำให้โครงการเข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติส่งสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และ (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2561 และเพื่อให้การพัฒนาโครงการเกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่โครงการน้อยที่สุด วัตถุประสงค์ของการประชุมเพื่อหารือแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประต่อการพัฒนาโครงการ รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน เจ้าหน้าที่ภาครัฐ องค์กรเอกชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อการพัฒนาโครงการรองรับปริมาณการจราจร ที่เพิ่มขึ้น ช่วยลดอุบัติเหตุในพื้นที่โครงการ และลดต้นทุนโลจิสติกส์ส่งเสริมให้การคมนาคมขนส่ง มีความสะดวก และเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ใช้เส้นทาง



