“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เตรียมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2020” ที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 5 ธ.ค.64-วันที่ 1 ม.ค.65 โดยทีมชาติไทย อยู่กลุ่ม A ร่วมกับ “เจ้าภาพ” สิงคโปร์, เมียนมา, ฟิลิปปินส์ และ ติมอร์เลสเต ขณะที่กลุ่ม B มี เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ลาว และ กัมพูชา
สำหรับระบบแข่งขัน จะคัดทีมอันดับ 1-2 ของแต่ละกลุ่มเข้ารอบ หากคะแนนเท่ากัน จะดูเฮดทูเฮดก่อน แล้วจึงไปดูผลต่างประตูได้เสีย จากนั้นมาไขว้เจอกันในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งในรอบตัดเชือก และรอบชิงชนะเลิศ จะแข่งรอบละ 2 นัด รายการนี้ ช่อง 7 HD และ BUGABOO.TV ถ่ายทอดสด
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวสอบถาม “พ่อบ้านโจ” นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ถึงเรื่องเงินรางวัลในการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียน ซึ่ง นายพาทิศ กล่าวว่า สหพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน หรือ “เอเอฟเอฟ” มีเงินรางวัลไว้ให้สำหรับทีมที่สามารถเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้ รวมแล้ว 4 ทีม โดยในรอบแรก ไม่มีโบนัสสำหรับทีมที่ชนะ หรือเสมอ
รางวัลที่ เอเอฟเอฟ กำหนดไว้คือ ทีมแชมป์ จะรับเงินรางวัล 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9.82 ล้านบาท), รองแชมป์ได้ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ3.27ล้านบาท) ส่วนทีมที่ตกรอบรองชนะเลิศ จะได้ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.63 ล้านบาท)
สำหรับทีมชาติไทยนั้น ได้เตรียมรายชื่อนักเตะไว้ 70 คน ซึ่ง มาโน โพลกิง หัวหน้าโค้ช จะดูฟอร์มกับต้นสังกัด และส่งชื่อ 30 คน ก่อนวันที่ 24 พ.ย. โดยแต่ละนัด สามารถส่งชื่อได้ 23 คน
โปรแกรม ของทีมไทยในรายการนี้ วันที่ 5 ธ.ค. พบ ติมอร์เลสเต, วันที่ 11 ธ.ค. พบ เมียนมา, วันที่ 14 ธ.ค. พบ ฟิลิปปินส์ และวันที่ 18 ธ.ค. พบ “เจ้าภาพ” สิงคโปร์
(ภาพจาก sporthero)



