เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายเจีย วันเดธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไปรษณีย์ และโทรคมนาคมแห่งกัมพูชา ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ไทยกล่าวหาว่ากัมพูชาเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ว่าแท้จริงไทยเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมข้ามชาติ ว่า ตนมองว่าเป็นการแก้ต่างของกัมพูชา เพราะรายงานของฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายต่างประเทศยืนยันชัดเจนว่าศูนย์กลางอาชญากรรมอยู่ที่กัมพูชา และรายงานข่าวความมั่นคงของไทยก็ชี้ชัดว่าศูนย์ปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อยู่ในกัมพูชา และย้ายไปที่ปอยเปต
เมื่อถามว่าในที่ประเด็นที่นายเจีย กล่าวอ้าง เพราะไทยไปกล่าวอ้างในลักษณะนี้ ทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลงไม่เข้าไปท่องเที่ยวในกัมพูชา นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่จริง เป็นข้อกล่าวหาที่ปราศจากเหตุผล ไทยเป็นประธานปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ในระดับอาเซียน และที่นักท่องเที่ยวจีนไม่เข้าประเทศกัมพูชา เป็นเพราะนักท่องเที่ยวจีนคุยกันเอง ไม่ได้เกี่ยวกับไทย
เมื่อถามว่าส่วนไทยจะตอบโต้อย่างไรกับข้อกล่าวหาดังกล่าว นายประเสริฐ กล่าวว่า คงจะต้องหาความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ในการปราบปราม เพราะข้อเท็จจริงก็ปรากฏชัดว่าปอยเปตและเมืองสำคัญของกัมพูชา เป็นแหล่งของคอลเซ็นเตอร์ใช้เป็นฐาน เพราะสังเกตจากการเข้มงวดด่านชายแดนต้นเดือน มิ.ย. การใช้โซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ ลดลงเป็นจำนวนมาก คนเข้าออกด่านลดลง ส่งผลในสถิติอาชญากรรมลดลงไปด้วย
เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าวันเดียวกันนี้ ไทยจะเปิดด่านชายแดน นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนไม่ขอแสดงความเห็น เพราะเป็นอำนาจฝ่ายความมั่นคง และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน สถานการณ์ตอนนี้ฝ่ายความมั่นคงจับตาตลอด ส่วนที่นักพนันและคนที่ไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กระทรวงดีอีได้รับมอบหมายให้ดูเรื่องบัญชีม้า หากมีการกดเงิน หรือเอาเงินออกในรูปแบบอื่นเป็นจำนวนมากจะตรวจสอบได้ทันที และยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมามีการกดเงินที่ด่านชายแดน จ.สระแก้ว มากกว่าในจุดอื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามบัญชีมาแล้ว และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในตอนนี้ ใช้รูปแบบเดิม คือหลอกให้กดเงินสดออกแทนการโอนเงิน.



