เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 มิ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะ สว.สำรอง นำโดยนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง แถลงในวาระครบรอบ 1 ปี การโกง ฮั้วเลือก สว.2567 โดยนายอัครวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ครบรอบ 1 ปี การโกงฮั้วเลือกสว.2567 ไม่ว่าจะ กกต. หรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อเอาผิดขบวนการนี้และให้ประชาชนได้รับทราบว่าในเรื่องนี้ระหว่าง กกต.หรือดีเอสไอ เรื่องราวทั้งหมดจะจบที่ใคร ตนขอรำลึกถึงวันที่ 26 มิ.ย. 2567 เป็นวันที่มีการฮั้วเลือก สว.ระดับประเทศ เป็นวันที่มีความเสียหาย มีการทำลายประเทศชาติ และถือว่าเป็นการปล้นชาติปล้นแผ่นดิน ปฏิวัติยึดอำนาจ เป็นขบวนการในการปกครองอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย มันไม่มีความสุจริตและเที่ยงธรรม โดยรูปแบบที่ได้มาซึ่ง สว.2567 บิดเบี้ยวแล้วทำให้เกิดปัญหาในการพัฒนาประเทศชาติ  

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า พอข่าวฮั้วเลือก สว. เผยแพร่ออกไป ที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ จะไปฟื้นฟูความเชื่อมั่นในนานาประเทศได้อย่างไร และส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นที่อยากจะมาร่วมลงทุนมาพัฒนาประเทศไทย แต่กลับกลายเป็นว่าจะทำอะไรต้องผ่านระบบเงินใต้โต๊ะ และต้องรู้จักเจ้าหน้าที่ระดับสูงในองค์กรของประเทศไทยถึงจะมาทำธุรกิจได้ และส่งผลทำให้เกิดปัญหาหลายด้าน เช่น ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งค้ามนุษย์ ที่เติบโตในประเทศไทย อีกทั้งรัฐสภาไทยที่เป็นที่นั่งของผู้ทรงเกียรติ เป็นตัวแทนของประชาชน ปัจจุบันอาจจะไม่ใช่ อาจจะเป็นจุดศูนย์รวมกลุ่มทุนสีเทา ที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมือง ที่พยายามจะไปฟอกขาวตัวเองอยู่ในระบบนั้น

นายอัครวัฒน์ กล่าวอีกว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รู้หรือไม่ว่ามีการโกงการเลือก สว.เกิดขึ้น เพราะประชาชนและบุคคลอื่นก็รู้ถึงการโกงการเลือก สว. แต่นายแสวงซึ่งทำหน้าที่ ผอ.เลือก สว.ระดับประเทศ กลับไม่รู้เรื่องการโกงในครั้งนี้ อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คณะกรรมการที่ได้มีการดำรงตำแหน่ง บางคนก็ใกล้เวลาที่จะเกษียณ ตนคิดว่าควรที่จะกลับมาสู่การกระทำความดี และการรับใช้ประชาชน สิ่งเหล่านี้จะทำให้ กกต. กลับมาสง่างามได้ 

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่ามีบุคคลที่มีอำนาจเข้ามาแทรกแซงการทำงานการตรวจสอบฮั้วเลือก สว. นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า บุคคลผู้มีอำนาจเริ่มดำเนินการเมื่อกลุ่ม สว.สำรอง มีการเรียกร้องขึ้นมาในกรณีรู้ว่ามีการฮั้วเลือก สว. อีกทั้งมีการแทรกแซงเจ้าหน้าที่ ย้ำว่าผู้มีอำนาจคนนี้ได้ดำเนินการกับทุกคน เพื่อไม่ให้การฮั้ว สว.เกิดเป็นคดีพิเศษ ซึ่งมีความพยายามอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และเขาอยู่ในระดับ VVIP ที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่และเคยเป็นข้าราชการอยู่ในกองทัพ 

“เราให้กำลังใจ กกต. หากตัดสินใจอย่างตรงไปตรงมา แต่หากคดีนี้อ้างว่าไม่พบเส้นเงิน ประชาชนจำนวน 60 กว่าล้านคน พร้อมที่จะนำท่านไปสู่สถานที่อันคับแคบ และใหญ่แค่ไหนมีอิทธิพลแค่ไหน ก็เล็กกว่าประตูคุก” นายอัครวัฒน์ กล่าว