การเมืองเข้าสู่โหมดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเฉพาะสถานะของ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ที่มีหลายประเด็นร้อนสุ่มเสี่ยงต่อสถานะตำแหน่งนายกฯ หรือถึงขั้นตกเก้าอี้ จากปมคลิปเสียงสนทนากับ “ฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา   

ไม่ว่าจะเป็น “กรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูป” นำโดย “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน  เป็นประธาน เตรียมเชิญ “นายกฯ” เตรียมไล่บี้ ขึงพืดกลางกมธ.  

ขณะที่วันที่ 3 ก.ค. เมื่อเปิดสมัยประชุมสภาฯ  ฝ่ายค้านน้องใหม่ “พรรคภูมิใจไทย” นำโดย “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เตรียมจองกฐินซักฟอก “นายกรัฐมนตรี และ ครม.” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151   

เช่นเดียวกับ “พรรคพลังประชารัฐ” ภายใต้การนำของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  หัวหน้าพรรค ก็ขานรับเปิดไฟเขียวให้ สส. ร่วมลงชื่อในญัตติ 

โดย “พรรคภูมิใจไทย” และ “พรรคพลังประชาชน” หวังใช้โอกาสนี้ ตรวจสอบตามกลไกของสภาฯ  ท่ามกลางคะแนนเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาล ว่าจะมีเหตุการณ์เซอร์ไพรส์  หรืองูเห่าฝ่ายรัฐบาลโผล่โหวตคว่ำฝังกลบ “นายกฯ” คาสภาฯ เป็นรายแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยหรือไม่     

จึงต้องจับตาว่า “พรรคส้ม” จะให้ความร่มมือกับ “พรรคร่วมฝ่ายค้าน” หรือไม่  เพื่อให้ได้เสียงสนับสนุน 1ใน 5 ของสภาฯ หรือ จำนวน 99 เสียง  หากปฏิเสธด้วยข้ออ้างไม่เหมาะสม อาจถูกครหามีดีลลับกับ “ระบอบทักษิณ”  

ขณะเดียวกัน  กระบวนการนิติสงคราม ก็เริ่มขยับ  โดย “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” เตรียมลับมีดสอบ “นายกฯอิ๊งค์” ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม และความซื่อสัตย์ หลัง “36 สว.” ยื่นตรวจสอบ เพราะเป็นเรื่องกระทบอธิปไตย และความมั่นคงของชาติ

แต่ที่น่าห่วงที่สุดในวันที่ 1 ก.ค. ต้องจับตา “ศาลรัฐธรรมนูญ” จะรับพิจารณาประเด็นดังกล่าวด้วยหรือไม่  แม้ “พรรคเพื่อไทย” จะดาหน้าออกมาบอกว่าไม่ผิด  สอดคล้องกับที่ “นายกฯ” ตอบคำถามสื่อฯ ว่า อย่างคลิปเสียงที่หลุดออกมา ตัวดิฉันก็ไม่ได้อะไร แล้วดิฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ประเทศไม่ได้เสียหายอะไร”

ท่าทีไม่แยแสของ “นายกฯ” สวนทางกับความรู้สึกของประชาชน  เพราะมองว่า เป็นการกระทำที่เสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีตำแหน่ง “นายกฯ” เพราะใช้อำนาจโดยไม่ชอบ เอาประโยชน์ส่วนตัวมาปะปนกับผลประโยชน์ของรัฐ รวมถึงลบหลู่“แม่ทัพภาค 2” เป็นฝ่ายตรงข้าม แสดงว่า “นายกฯ กับ ฮุน เซน” เป็นพวกเดียวกัน

“จรัญ ภักดีธนากุล”  อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาฟันธงว่า ศาลจะสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เช่นเดียวกับ คดี 8 ปีของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีตนายกฯ เพราะเรื่องคลิปเสียงนี้กระทบประเด็นความขัดแย้งระหว่าง  2 ประเทศ  อาจมีข้อมูลให้เห็นว่า ฝ่ายทหารไทยและกัมพูชาขัดแย้งกัน ซึ่งอาจมีเหตุสงสัยว่าเป็นอย่างที่ สว.ร้องขอเข้ามา 

หากไม่มีมาตรการชั่วคราว ก็ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงต่อความแตกแยกของความสามัคคีในประเทศเราเองอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าว 

ทั้งนี้หากสุดท้ายผลออกมาว่า “ศาลฯสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็มีแนวโน้มว่าปลายทางอาจจะตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯก็เป็นได้” 

ผลที่ตามมาก็อาจทำให้ “พรรคเพื่อไทย” ถึงทางตันทางการเมือง อาจหาช่องยุบสภาฯ หรือโอนให้ “พีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค”  หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่หวังส้มหล่นอยู่ 

แต่ล่าสุดจู่ๆกลับมีภาพของ “ชัยเกษม นิติสิริ” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย ออกรอบตีกอล์ฟ  โชว์ความฟิต สยบกระแสข่าวป่วยหนัก  พร้อมให้สัมภาษณ์หลังถูกถามว่าหาก “นายกฯ” เจออุบัติเหตุทางการเมือง พร้อมทำหน้าที่หรือไม่ว่า “ถ้าจำเป็นจะทำเพื่อชาติบ้านเมือง ให้ทำอะไรผมทำได้ทั้งนั้นไม่มีปัญหา”ปรากฎการณ์ของ “ชัยเกษม”  ในห้วงสถานการณ์การเมืองเปราะบางเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่า “เป็นเกมอำนาจ ยื้อบัลลังก์ไทยคู่ฟ้า นายใหญ่ ยังมีไพ่ในมือ และไม่ยอมแพ้ง่ายๆ”