เมื่อเวลา 13.14 น. วันที่ 29 มิ.ย. สมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เช้าวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2025 เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้รับหนังสือจากฝั่งไทยในจังหวัดสระแก้ว ขอเปิดประตูชายแดนกัมพูชา-ไทยบางส่วน และให้รถบรรทุกเข้า-ออก เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการดํารงชีพของพี่น้องประชาชน ฉันต้องการส่งข้อความยืนยันไปยังประชาชนของทั้งสองประเทศ
ดังนั้น.. กัมพูชาเข้าใจความยากลําบากของทั้งชาวกัมพูชาและชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากการปิดชายแดน ดังนั้น กัมพูชาจึงไม่ได้ใช้มาตรการปิดชายแดนนี้เนื่องจากเกิดปัญหาในพื้นที่มุมไบในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2025 เนื่องจากเราไม่ได้มีเจตนาที่จะขยายภูมิศาสตร์หรือก่อให้เกิดปัญหาที่ส่งผลต่อการเดินทางและการค้าของชาวไทยและชาวเขมรตามชายแดน.. กัมพูชาไม่ใช่คนที่จะเริ่มประตูชายแดนที่ปิด-เปิดข้างเดียว
กองทัพไทยเริ่มดําเนินการปิดประตูชายแดน ปรับเวลาปิด-เปิด และกําหนดระดับการเดินทางของประชาชนนอกเหนือจากวันที่ 7 มิถุนายน 2025 ไม่เพียงแต่กองทัพไทยยังคงปรับเปลี่ยนเวลาปิด-เปิดอย่างเดียวตามประตูชายแดนบางแห่งจนถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2025 เมื่อรัฐบาลไทยประกาศปิดประตูทุกประตูภายใต้เหตุผลของความไม่มั่นคง..
ความไม่แน่นอนและการพลิกผันของจุดยืนทางการเมืองของรัฐบาลไทยอย่างฉับพลันและไม่ถูกต้อง ควบคู่กับความไม่สมดุลระหว่างหลักการที่วางไว้โดยการนําทางการเมืองไทยและการนําทางในทางปฏิบัติบนพื้นดินโดยกองทัพไทยวางอุปสรรคในการหาทางออกที่ชัดเจน สมจริง และยั่งยืน ตามที่ผมเคยระบุไว้หลายครั้งว่าการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการปิดประตูชายแดนไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ง่าย หากพรรคเพื่อไทยที่เริ่มปิดประตูชายแดนอย่างเดียวตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน
เปิดประตูชายแดนอย่างเดิม และให้ความมั่นใจอย่างชัดเจนว่า จะไม่มีการปิด-เปิดแบบเดียวอีกต่อไป มันเสร็จแล้ว กัมพูชาจะเปิดประตูชายแดนกัมพูชาที่ยาว 5 ชั่วโมงหลังจากนั้น สรุปกุญแจอยู่ในมือฝั่งไทย ดังนั้น ถึงหน่วยงานไทยรวมทั้งประชาชนชาวไทยที่ประสงค์จะเปิดประตูชายแดนกัมพูชา-ไทยอีกครั้ง ไม่จําเป็นต้องแนะนํากัมพูชา โปรดแนะนําผู้ที่มีอํานาจจริงในประเทศไทย (ไม่ว่าทหารหรือใครก็ตาม) ให้เปิดประตูชายแดนอีกครั้งให้ปกติเหมือนเดิม 7 มิถุนายน 2025 และมั่นใจว่าจะไม่มีหน่วยปิดตัวอีกเมื่อเสร็จสิ้น ทุกอย่างจะกลับไปเป็นปกติ



