“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า เข้าสู่เดือน ก.ค. 2568 แล้ว แต่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยังไม่สามารถกำหนดวันลงนามสัญญาว่าจ้างบริษัท บุญชัยพาณิชย์ (1979) จำกัด ในสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.3 กม. งานก่อสร้างทางวิ่งและสถานีอยุธยา ของโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย-จีน ระยะ (เฟส) ที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ตามที่กำหนดแผนไว้ภายในเดือน มิ.ย. 2568 ได้

เนื่องจากบริษัท บุญชัยพาณิชย์ฯ ยังไม่ได้แจ้งข้อสรุปของคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ แต่เดิมบริษัทฯ แจ้งยืนยันราคาก่อสร้างที่ 10,325.90 ล้านบาท สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2568 โดยแจ้งนัดหมายว่าจะเข้ามาประชุมหารือกับ รฟท. ภายในสัปดาห์นี้ แม้ว่า รฟท. มีความพร้อมลงนามสัญญาแล้ว โดยในการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกล่าสุด ได้ข้อสรุปว่า รฟท. สามารถลงนามสัญญาได้ และไม่ได้ติดใจเรื่องแบบการก่อสร้าง

โดยในวันที่ 1 ก.ค. 2568 รฟท. จะประชุมเรื่องแบบการก่อสร้างร่วมกับกรมศิลปากร หลังจากก่อนหน้านี้ รฟท. ได้จัดส่งแบบการก่อสร้างให้กรมศิลปากรได้พิจารณาแล้ว เพื่อนำส่งยูเนสโกพิจารณาตามขั้นตอน การลงนามสัญญาฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องแบบการก่อสร้างสถานีอยุธยาว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อใด สามารถลงนามสัญญาร่วมกันระหว่าง รฟท. และบริษัท บุญชัยพาณิชย์ฯ ได้เลย เมื่อลงนามสัญญาแล้ว รฟท. จะออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) เพื่อให้สร้างทางวิ่งไปก่อน จากนั้นเมื่อได้ข้อสรุปเรื่องสถานี ทาง รฟท. จะออก NTP 2 เพื่อให้เริ่มก่อสร้างสถานีอยุธยาอีกครั้ง ยืนยันว่ายังคงใช้พื้นที่บริเวณสถานีอยุธยาเดิม ไม่ได้ขยับพื้นที่การก่อสร้างไปในจุดอื่น

รฟท. มั่นใจว่าจะบริหารจัดการงานก่อสร้างในสัญญา 4-5 ให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี สำหรับสถานีอยุธยา ได้ปรับลดขนาดความสูงของสถานีลงจากเดิม 37.45 เมตร เหลือ 35.45 เมตร และปรับล่าสุดเหลือ 28 สถานี พร้อมทั้งขยับสถานีไม่ให้โครงสร้างคร่อมสถานีรถไฟเดิม โดยมีระยะห่าง 2.5 เมตรระหว่างสถานีเดิม กับสถานีรถไฟความเร็วสูง

นอกจากนี้ยังมีการปรับแบบการก่อสร้างไม่ให้ดูทึบ เพื่อลดข้อจำกัด หรือผลกระทบต่อทัศนียภาพที่อาจเกิดขึ้นต่อแหล่งมรดกโลก หรือโบราณสถาน รวมทั้งปรับโทนสีต่างๆ ด้วย รฟท. มีเป้าหมายลงนามสัญญาที่ 4-5 โดยเร็ว แต่ต้องรอฟังการตัดสินใจของบริษัท บุญชัยพาณิชย์ฯ ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องภายใน และเป็นเรื่องปกติที่บอร์ดบริหารของบริษัทฯ ต้องวิเคราะห์ความคุ้มค่าโครงการ เพราะเวลาการยืนราคาได้ผ่านล่วงเลยมานานแล้ว

โดยที่ประชุมคณะกรรมการ รฟท. ได้อนุมัติสั่งจ้างบริษัท บุญชัยพาณิชย์ฯ ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2566 หลังจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ชนะประมูล แต่บริษัทฯ ไม่ยืนราคา รฟท. จึงเชิญผู้เสนอราคาต่ำสุดลำดับที่ 2 มาเจรจาราคา แต่ไม่มา จึงเชิญผู้เสนอราคาต่ำสุดรายที่ 3 ได้แก่ บริษัท บุญชัยพาณิชย์ฯ มาเจรจาราคาสัญญา 4-5

ทั้งนี้หากบริษัทฯ ยืนยันราคาออกไป 1 เดือน รฟม. พร้อมหารือกำหนดวันลงนามสัญญาทันที แต่สุดท้ายแล้วถ้าบริษัท บุญชัยพาณิชย์ฯ ไม่ยืนราคา รฟท. ต้องเปิดประกวดราคาสัญญา 4-5 ใหม่ ต้องใช้เวลาในขั้นตอนหาผู้รับจ้างรายใหม่ประมาณ 6-7 เดือน และจะส่งผลให้ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นด้วย จะยิ่งทำให้การก่อสร้างสัญญาที่ 4-5 ล่าช้าออกไป โดยต้องเร่งก่อสร้าง เพื่อให้ทันเป้าหมายเปิดบริการล่าสุดของ รฟท. ที่ปรับแผนเปิดบริการรถไฟไฮสปีดเฟสที่ 1 ในปี 2572