นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและการช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยและภัยพิบัติต่าง ๆ โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ ชั้น 3 อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน และผ่านระบบประชุมออนไลน์ ว่า จากการประชุมดังกล่าว นายประเสริฐ ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรฯ ดังนี้ 1. มอบหมายกรมชลประทานตรวจสอบอาคารชลศาสตร์ ให้พร้อมใช้งาน และเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรต่าง ๆ พร้อมให้การช่วยเหลือ 2. ติดตามสถานการณ์ ข้อมูลข่าวสาร เพื่อแจ้งเตือนเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมรับสถานการณ์ 3. เมื่อเกิดภัยให้เร่งระดมทรัพยากรให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เช่น เครื่องสูบน้ำ เรือตรวจการณ์ เสบียงอาหารสัตว์ ถุงยังชีพสัตว์ หัวเชื้อจุลินทรีย์ เป็นต้น รวมทั้งบูรณาการทำงานกับทุกส่วนราชการ และ 4. เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้องทันที
สำหรับกระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียม “มาตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูฝน ปี 2568 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” แบ่งเป็น 1. การป้องกันและเตรียมความพร้อม ได้แก่ แผนป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ พื้นที่ส่งเสริมการปลูกข้าว ปี 2568 รอบที่ 1 การพัฒนาแหล่งน้ำ ขุดบ่อน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน การขุดลอกปรับปรุงแหล่งน้ำในพื้นที่ ส.ป.ก. รวมทั้งก่อสร้างแหล่งน้ำ ฝายและระบบส่งน้ำ ปฏิบัติการฝนหลวง ปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันตรวจสอบฟาร์มสัตว์ดุร้าย ให้คำแนะนำพื้นที่ในการลดความเสี่ยง วางแผนการอพยพสัตว์ สถานที่อพยพ และคอกพักสัตว์เคลื่อนที่ จัดทำบัญชีทรัพยากร ยานพาหนะเครื่องจักรกล เครื่องมือ เป็นต้น
2.การเผชิญเหตุ และการบรรเทาทุกข์ ได้แก่ เร่งระบายน้ำ อพยพสัตว์ สนับสนุนเสบียงอาหารสัตว์ ดูแลสุขภาพสัตว์ สนับสนุนเรือตรวจการณ์และเจ้าหน้าที่ ช่วยเหลือและแจ้งเตือนสถานการณ์ กรณีฝนน้อยกว่าค่าปกติ : ปฏิบัติการฝนหลวง/สนับสนุนรถบรรทุกน้ำ เป็นต้น 3.การฟื้นฟูให้ดีกว่าเดิม ได้แก่ สำรวจและประเมินความเสียหาย จัดหน่วยเคลื่อนที่ สนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ เมล็ดพันธุ์ดี ซ่อมแซมโครงสร้างด้านชลประทาน เครื่องมือ เครื่องจักรกล บำบัดน้ำเสีย ปรับปรุงบำรุงดิน ลดภาระหนี้สิน/สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้กำหนดพื้นที่เสี่ยงและการเตรียมมาตรการรับมืออุทกภัยในห้วงเดือนกรกฎาคม 2568 และการแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัย และมาตรการรับมืออุทกภัยในจังหวัดที่มีความเสี่ยงจะเกิดปัญหาอุทกภัยในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดหนองคาย จังหวัดสกลนคร จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดนครพนม และจังหวัดมุกดาหาร อีกด้วย



