เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ได้มีชาวพันทิป ได้โพสต์กระทู้ในหัวข้อที่กระทบใจพ่อแม่จำนวนมาก หลังมีผู้ใช้โซเชียลโพสต์ข้อความตั้งคำถามว่า
“ทำไมเด็กรุ่นใหม่บางคนถึงพูดว่า ‘ไม่ได้ขอมาเกิด ไม่จำเป็นต้องกตัญญู’?”
ข้อความดังกล่าวจุดกระแสถกเถียงทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ขณะที่ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยรู้สึก “เจ็บลึก” และ “น่าเศร้า” กับแนวคิดดังกล่าว โดยเฉพาะพ่อแม่ที่พยายามเลี้ยงดูลูกอย่างสุดความสามารถ
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้หลายคนเห็นว่า
- การที่เด็กมีแนวคิดแบบนี้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับผู้ปกครองว่า จะเอาอะไรยัดใส่สมองเด็ก เช่น เกิดมาในสภาวะที่พ่อแม่ไม่พร้อม เลี้ยงลูกด้วยความหยาบ เช่น ทวงบุญคุณไม่จบสิ้น และด่าทอจนลูกมีแผลในใจ เป็นต้น
- เราต้องมองถึงมุมมองทั้งสองฝ่ายนะ บางมุมลูกก็ไม่รู้จักพอจริงๆ โตจนเรียนจบ อายุ 30 ก็ยังไม่ทำงาน เรียกร้องจากพ่อแม่ไม่รู้จบ อันนี้ผิดที่ลูกเต็มๆ ในขณะเดียวกัน บางบ้าน พ่อแม่มีลูกแบบไม่มีการวางแผนหรือมีโดยพลาดนั่นแหละ พอลูกเกิดมา ก็เลี้ยงแบบตามมีตามเกิดหรือไม่ก็เอาไปให้ญาติเลี้ยง ปัจจัย 4 ก็แทบไม่มีให้ ใช้ลูกทำงานสารพัด หรือไม่ก็พูดทวงบุญคุณลูกทุกวันว่าโตมาต้องมาเลี้ยงดูตัวเองด้วย ฯลฯ แบบนี้จะไปโทษเด็กอย่างเดียวก็ไม่ได้ มองว่าเราควรรับฟังและพิจารณาเป็นเคสบายเคสดีกว่า การที่เราเอาขนบธรรมเนียมประเพณีเรื่องความกตัญญูไปตีกรอบใส่เขา มันเหมือนเราปิดปากเขา ฆ่าเขาทั้งเป็นทางอ้อมน่ะครับ เพียงเพราะว่าพวกเราโชคดีได้พ่อแม่ดี ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะมีพ่อแม่ที่ดีนะครับ
- เป็นการ “ตั้งคำถาม” ของเด็กยุคนี้ครับ จริง ๆ คำถามแบบนี้ มันก็มีมาทุกสมัยนะครับ บางคนเจอพ่อแม่ไม่น่ารัก บางคนถูกพ่อแม่ทำร้ายร่างกายและจิตใจ แต่คำถามนี้มันมาดังมากเพราะมี Social Media ผมเคยดูซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง เด็ก ๆ ในเรื่องเขาคุยกันว่า “พ่อแม่เราก็เหมือนกาชาปอง” คือ เด็กๆ ไม่รู้ว่าสุ่มมาเจอใคร? ปัญหาคือ ถ้าเด็กมีความสุขเขาจะไม่คิดแบบนี้แน่นอน แสดงว่าคำถามถูกตั้งจากเด็กที่ประสบปัญหาอยู่
กระแสนี้ไม่เพียงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย แต่ยังชวนให้ทุกครอบครัวกลับมาทบทวนว่า ความรักในครอบครัวนั้น ต้องการแค่คำว่า “กตัญญู” หรือ “ความเข้าใจ” กันมากกว่ากัน.



