เมื่อวันที่ 8 ก.ค.68 นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย นายธีระพล สุ่มมาตย์ นายอำเภอบางน้ำเปรี้ยว และ พ.ต.อ.ณัฐพล อะกะเรือน ผกก.สภ.บางน้ำเปรี้ยว ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายสมศักดิ์ เดชสา อายุ 44 ปี เจ้าของและผู้จัดการร้านขนส่งเอกชน หมู่ 2 ต.บางน้ำเปรี้ยว อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมของกลางที่พบในโกดัง เป็นยาบ้า 17,800 เม็ด ไอซ์ 70 กรัม อาวุธปืนขนาด 9 มม. ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน 50 นัด อุปกรณ์การเสพยา ซองและกล่องพัสดุที่เตรียมไว้แพ็คส่งยา ชุดสืบสวนตำรวจภูธรบางน้ำเปรี้ยวจึงได้ทำการตรวจยึดและคุมตัวนายสมศักดิ์ มาทำการสอบสวนที่ สภ.บางน้ำเปรี้ยว


นายสมศักดิ์ ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ตนเองเคยคิดคุกมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งล่าสุดออกมาเมื่อปลายปี 61 พอออกมาแล้วก็หันมาประกอบอาชีพเปิดร้านรับส่งพัสดุเอกชน แต่เพราะความโลภอยากกได้เงินมากขึ้น เลยหวนกลับมาทำ โดยยาบ้าและไอซ์ ล็อตนี้ลงทุนไปกว่า 100,000 บาท มีทั้งจ่ายเงินสดและขอเครดิตไว้บางส่วน โดยทำการสั่งซื้อจากพ่อค้ารายใหญ่ทางโทรศัพท์ มีการนัดให้นำยามาวางก่อนที่ตนจะไปรับของกลับมาเก็บไว้ที่โกดัง ยาบางส่วนได้ขายไปบางแล้วทั้งคนในพื้นที่และกำลังเตรียมแพ็คส่งให้ลูกค้าตามต่างจังหวัด แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้เสียก่อน


พ.ต.อ.ณัฐพล อะกะเรือน ผกก.สภ.บางน้ำเปรี้ยว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนภูธรบางน้ำเปรี้ยว ได้จับกุมผู้เสพได้ 1 ราย ก่อนขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ค้ารายย่อยได้ จากนั้นจึงมีการสืบสวนต่อจนทราบว่านายสมศักดิ์ เป็นผู้ค้าขนาดกลาง เปิดบริษัทขนส่งเอกชนบังหน้า ซึ่งบริษัทขนส่งเอกชนเอกชนดังกล่าว อยู่ห่างสถานีตำรวจเพียง 700 เมตร ชุดสืบสวนจึงได้ลงพื้นที่หาข่าวประกอบกับการสืบสวนทราบว่า นายสมศักดิ์จะเก็บยาไว้ในโกดังดังกล่าว เนื่องจากต้องแพ็คยาส่งลูกค้าตามต่างจังหวัด และส่งยาให้กลุ่มคนวัยทำงานในพื้นที่ ทำให้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวนภูธรบางน้ำเปรี้ยวจึงได้เข้าตรวจค้นภายในโกดัง ก็พบของกลางจำนวนดังกล่าว ซุกซ่อนอยู่ในกล่องกระดาษพัสดุและอยู่ในลังพลาสติก ภายในโกดังดังกล่าว จึงได้คุมตัวมาทำการสอบสวนเพื่อขยายผลต่อไป เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าและไอซ์)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย มีวัตถุหรือสิ่งคล้ายอาวุธปืนไว้ในความครอบครองไม่ได้รับอนุญาต


นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยให้เข้มงวดปราบปรามยาเสพติด ซึ่งจังหวัดฉะเชิงเทราได้ดำเนินการมาตลอดและต่อเนื่อง โดยให้ประสานความร่วมมือทั้งฝ่ายปกครองและตำรวจและฝ่ายความมั่นคง ซึ่งวันนี้ในอำเภอบางน้ำเปรี้ยวสามารถขยายผลจากผู้ค้ารายย่อยจนนำไปสู่การจับกุมพ่อค้าขนาดกลางที่เปิดธุรกิจขนส่งเอกชนบังหน้าได้