จากกรณี “จอนนี่ มือปราบ” หรือ ด.ต.ยุทธพล ศรีสมพงษ์ อดีตตำรวจและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้เดินทางมานั่งพูดคุยเปิดใจกลางรายการ ร่วมกับ ทนายเกิดผล แก้วเกิด ถึงกรณีที่ถูกกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย จ.อุบลราชธานี โดยกล่าวหาว่ารีสอร์ทของเขารุกล้ำพื้นที่ของรัฐ ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ทนายสมปรารถน์ โกมินทรชาติ” ได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่ดิน กรณีของ ด.ต.ยุทธพล ศรีสมพงษ์ หรือ “จอนนี่ มือปราบ” ซึ่งถูกแจ้งความข้อหาบุกรุกพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย จ.อุบลราชธานี โดยเผยว่าการถือครองที่ดินประเภท น.ค.3 (นิคมสร้างตนเอง) มีเงื่อนไขชัดเจนตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 และไม่สามารถซื้อขายหรือโอนสิทธิได้โดยเสรี ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว Sompard Komintarachat
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “เคสกรณีศึกษา “จอนนี่ มือปราบ” ก่อนอื่นผมจะขออธิบายเกี่ยวกับประเภทของที่ดิน และการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ และเอกชนก่อนเป็นลำดับแรก เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญในการพิจารณาของกฎหมาย ว่าครอบครองหรือได้มา โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ เมื่อทุกท่านทราบข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดของที่ดินแต่ละประเภท ทุกท่านจะแยกแยะได้เลยว่าที่ดินแบบไหน มีไว้ปลอดภัยและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีไม่ช้าก็เร็ว”
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวมาจากงานวิจัยของ “ทนายสมปรารถน์” ได้ทำเรื่อง “การจัดการป่าไม้ของประเทศไทย (Forest Menagement)” เป็นวิจัยทางกฎหมายเล่มแรกของประเทศไทย ที่ทำเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ดิน และป่าไม้ของประเทศไทย สรุปแบบคร่าวๆ ดังต่อไปนี้
1. ประเภทที่ดินของเอกชน หรือที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ (ที่ดินที่ให้เอกชนครอบครองและสามารถทำประโยชน์ได้)
สำหรับประเทศไทยมีกฎหมายรองรองรับในเรื่องของที่ดิน โดยมีประมวลกฎหมายพุทธศักราช 2497 บัญญัติไว้ในเรื่องของครอบครองที่ดิน โดยแยกพิจารณามีแบ่งเป็นที่ดิน 5 ประเภทดังนี้
1.1 โฉนดที่ดิน หรือ น.ส.4 คือ หนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ ผู้มีชื่อในหนังสือสำคัญนี้ สามารถใช้ความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นยันแก่บุคคลทั่วไปได้
1.2 โฉนดแผนที่ หมายถึง โฉนดที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน ร.ศ. 120 โฉนดแผนที่ก็มีรูปแผนที่เช่นเดียวกับโฉนดที่ดิน การที่เรียกว่าโฉนดแผนที่ ก็เพื่อให้แตกต่างจากโฉนดอย่างเก่า เช่น ตราแดง โฉนดสวน และโฉนดป่า
1.3 โฉนดตราจอง ออกตามพระราชบัญญัติออกตราจองชั่วคราว ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2446) ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนนามเป็นพระราชบัญญัติออกโฉนดตราจอง ร.ศ. 124 (พ.ศ. 2449) ปัจจุบันไม่มีออก
1.4 ตราจองที่ตราว่าได้ทำประโยชน์แล้ว คือ ตราจองที่ผู้ได้รับอนุญาตได้ทำประโยชน์ ในที่ดินตามกำหนดเงื่อนไขของกฎหมายแล้ว
1.5 โฉนดที่ดินประเภท น.ส. 4 ก. น.ส.4 ข. น.ส.4 ค. น.ส. 4 ง. น.ส.4 จ.
2. ประเภทหนังสือรับรองการทำประโยชน์ คือ หนังสือรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าได้ทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว
2.1 หนังสือรับรองการทำประโยชน์ประเภทที่ดิน น.ส. 3
2.2 หนังสือรับรองการทำประโยชน์ประเภทที่ดิน น.ส. 3 ก.
2.3 หนังสือรับรองการทำประโยชน์ประเภทที่ดิน น.ส. 3 ข.
2.4 แบบหมายเลข 3 ออกได้ทุกพื้นที่ วิธีการออกเหมือนกับการออก น.ส.3 แต่ปัจจุบันไม่มีการออก
2.5 ใบจอง หรือ น.ส. 2 ใบจอง คือ หนังสือที่ทางราชการออกให้ เพื่อเป็นการแสดงความยินยอมให้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินเป็นการชั่วคราว
3. ประเภทที่ดินของรัฐที่อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ ในหลักเกณฑ์ ข้อที่ 2 เรื่องหลักเกณฑ์การถือครองที่ดิน และการใช้สิทธิในที่ดินของรัฐหรือที่ดินที่รัฐอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ ก็สามารถนำมาใช้ในการจัดการป่าไม้ได้โดยหลักการ แต่ทั้งนี้ที่ดินดังกล่าวที่นำมาใช้ประโยชน์นั้น จะต้องมีเอกสารแสดงสิทธิในการถือครองที่ดิน และการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยชัดแจ้งก่อนเป็นลำดับแรก ซึ่งการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐนั้น หากกฎหมายในประเทศอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ และไม่ขัดแย้งต่อกฎหมายอื่นสามารถนำมาใช้ในการปลูกป่าเพื่อการค้าหรือเพื่อการทำเกษตรกรรม
3.1 ที่ดิน ส.ป.ก. (ที่ดินสำนักงานปฏิรูปเพื่อการเกษตรกรรม) ที่ดิน ส.ป.ก. ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ปัจจุบันมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คอยกำกับดูแลการใช้ประโยชน์ในที่ดิน
3.2 ที่ดินของนิคมสหกรณ์ (ก.ส.น.5) หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมสหกรณ์ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินการออก
3.3 ใบอนุญาตทำกินของกรมป่าไม้ (ที่ดิน สทก.) ที่ดิน สทก. เป็นหนังสืออนุญาตให้มีสิทธิทำกินชั่วคราว ซึ่งกรมป่าไม้ออกให้เพื่อเป็นการผ่อนผันแก่ราษฎรที่บุกรุกทำกินในป่าสงวนแห่งชาติ ได้อยู่อาศัยต่อไปเป็นการชั่วคราว
3.4 ที่ดิน ภบท.5 (แบบแสดงรายการภาษีที่ดินบำรุงท้องที่) มีหน่วยงานท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลและจัดเก็บภาษี หรือที่เรียกว่าภาษีดอกหญ้า
3.5 ที่ราชพัสดุ หมายถึง อสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ประโยชน์ในราชการ หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน กรมธนารักษ์มีหน้าที่ดูแลและบริหารจัดการที่ราชพัสดุ
3.6 พื้นที่เขตปลอดภัยในราชการทหาร พ.ศ. 2476 คือ บริเวณโดยรอบที่ทหารเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยในราชการทหาร
3.7 ที่ดินนิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) กรณีจอนนี่มือปราบ ที่ดินนิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) เป็นที่ดินที่มีการออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ ซึ่งออกให้ในนิคมสร้างตนเองตามพระราชบัญญัติ จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ซึ่งการได้สิทธิในที่ดินของสมาชิกนิคมสร้างตนเอง เมื่อสมาชิกได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแล้ว
อีกทั้ง “กล่าวคือจะต้องเป็นสมาชิกนิคมสร้างตนเองมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ต้องไม่มีหนี้สินที่เกี่ยวกับกิจการนิคม ชำระเงินค่าช่วยทุนรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว และได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ในที่ดินตามมาตรา 8 ตาม และตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดิน เพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ต่อมา เมื่อสมาชิกของนิคมได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินที่ได้รับอนุญาตเกินกว่า 5 ปี และได้ชำระเงินช่วยทุนที่รัฐบาลได้ลงไปแล้ว และชำระหนี้สินเกี่ยวกับกิจการนิคมให้ทางราชการแล้ว จะได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) เป็นหลักฐาน”
4. มาวิเคราะห์กันว่าเคสกรณีดังกล่าวนั้นเป็นมาอย่างไร
4.1 เมื่อทราบระบบที่ดิน และการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐและเอกชนแล้ว เราสามารถแยกกลุ่มคนผู้ถือครองที่ดินในนิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) ออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ
กลุ่มที่ 1 ผู้อยู่อาศัยมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 สำหรับบุคคลใดที่อยู่มาก่อนในพื้นที่ดินกล่าวมาก่อนการประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดินนั้น มีสิทธิในการแจ้งเพื่อขอเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการสืบสิทฺธิในที่ดิน เพื่อขอออกเป็นโฉนด ซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นการรวบรวมพยานหลักฐาน และยื่นคำร้องเพื่อขออกเป็นโฉนดในที่ดิน แต่ต้องพิจารณาก่อนว่ามีประกาศของกรมที่ดินให้สามารถทำเรื่องขอออกโฉนดหรือไม่อย่างไรในพื้นที่ดังกล่าว
ทั้งนี้ “จะต้องพิจารณาว่าทาง “กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” นั้น มีการทำเรื่องยกเลิกการทำที่นิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) หรือไม่อย่างไร หากมีการทำเรื่องยกเลิกการทำนิคมแล้ว ที่ดินดังกล่าวอาจจะถูกส่งมอบให้หน่วยงานอื่นดูแล หรือสามารถขออกเป็นโฉนดที่ดินได้ในบางกรณี และต้องมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นกรณีๆ ไป”
กลุ่มที่ 2 ผู้มีสิทธิเข้าอยู่และใช้ประโยชน์ในที่ดินตามระเบียบตามแบบที่ดิน (น.ค.3) หลังประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497
สำหรับบุคคลที่เข้าใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่ ภายหลังการประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 นั้น จะต้องมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจัดที่ดิน เพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ซึ่งการได้สิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดินของสมาชิกนิคมสร้างตนเองดังกล่าวนี้ สามารถใช้ยืนยันต่อหน่วยงานรัฐว่าได้ครอบครอง และทำประโยชน์อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว และจะได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) เป็นหลักฐาน
กลุ่มที่ 3 บุคคลที่เข้าอยู่โดยไม่ชอบตามกลุ่มที่ 1 และ กลุ่มที่ 2 ตั้งแต่แรกกลุ่มนี้จะต้องพิจารณาการเข้าใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการเข้าทำประโยชน์อย่างต่อเนื่อง และมีการเปลี่ยนมือการครอบครองมีมาหลายทอด แต่การเข้าทำและครอบครองพื้นที่ดังกล่าวนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่แรก ย่อมถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายมาตั้งแต่แรกด้วยเช่นกัน
“คำว่าที่ดินเปลี่ยนมือ คือ การที่ผู้เข้าทำประโยชน์มีการขายสิทธิ์การเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งผู้ซื้อจะต้องเข้าใจก่อนว่าคนที่เข้าทำประโยชน์ในที่ดินนิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) เขามีสิทธิอยู่อาศัย และถือครองมาก่อนหรือไม่อย่างไร ถ้าผู้ขายสิทธินั้นไม่มีสิทธิตามกฎหมายตั้งแต่แรกแล้ว การเข้าดำเนินการต่อย่อมถือว่าเป็นการบุกรุกที่ดินของรัฐอย่างต่อเนื่องนั่นเอง และอาจถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกแผ้วถางป่า ตามประมวลกฎหมายป่าไม้ 2484 (แก้ไขเพิ่มเติม 2562) ในมาตรา 54 และ/หรือฝ่าฝืนมาตรา 15 ตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ในกรณีนี้”
5. กรณีการแสดงตนพิสูจน์การถือครองที่ดิน (น.ค.3) มีอะไรที่จะต้องพิจารณาบ้างในกรณีนี้
1. ต้องพิจารณาก่อนว่า ผู้ที่เข้ามาทำกินตามหลักเกณฑ์ตามระเบียบการจัดที่ดิน เพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 มีกี่รายและอยู่ก่อนมีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดินมาแล้วกี่ราย ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบการขอขึ้นทะเบียนจาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ได้
2. การเข้าแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ ในฐานะผู้ครอบครองและการทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.3) หากผู้ใดบริสุทธิ์ใจและสามารถยืนยันเอกสาร และหลักฐานว่าเข้ามาอย่างถูกต้องแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งสิทธิให้กับผู้นั้นว่า สามารถครอบครองและใช้ประโยชน์ต่อได้ หากไม่มาแสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถือว่าสละสิทธิและในกรณีที่ดิน นิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) นั้นเป็นที่ดินของรัฐจะไม่มีการขายสิทธิทำกินให้บุคคลอื่นแต่อย่างใด แต่หากผู้ใดไม่ประสงค์จะใช้ที่ดินดังกล่าวแล้วนั้น จะต้องทำหนังสือแจ้งคืนที่ดินนิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) ต่อนายทะเบียนของ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เท่านั้น
6. สำหรับประเด็นของ “จอนนี่ มือปราบ” จะต้องพิจารณาจากอะไรบ้างเอาแบบคร่าวๆ
1. ในการถือครองที่ดินประเภทนิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) เป็นสมาชิกนิคมสหกรณ์และมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้วหรือไม่
คำตอบในประเด็นนี้ คือ จะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงว่าที่ดินประเภท นิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) เป็นที่ดินที่มีวัตถุประสงค์ไว้สำหรับผู้ใด ในกรณีนี้ที่ดินนิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) มีไว้ใช้สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกนิคมสหกรณ์และไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง หรือมีแต่เพียงเล็กน้อยไม่พอแก่การครองชีพตามมาตรา 35 (1) ถึง (6)
ดังนั้น “กรณีของ “พี่จอนนี่ มือปราบ” เป็นข้าราชการ มีอาชีพข้าราชการตำรวจมาก่อน และมีที่ดินทำกินอยู่ก่อนแล้วย่อมไม่ใช่ผู้มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดิน นิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) ตามระเบียบที่อธิบดีกรมสหกรณ์ที่ดินกำหนด จึงไม่มีคุณสมบัติถือครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว และการเข้าทำประโยชน์ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยนั่นเอง”
2. ในการถือครองที่ดินประเภท นิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) กำหนดไว้ให้สมาชิกเป็นผู้ถือครองเท่านั้นและไม่สามารถ ซื้อขายหรือโอนให้บุคคลภายนอกได้ เว้นแต่ตกทอดสู่ทายาทโดยธรรมเท่านั้น ในกรณีนี้เท่ากับว่า กรณีพี่จอนนี่ มือปราบ ไม่ใช่ทั้งสมาชิกนิคมสหกรณ์และไม่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ตามประกาศกระทรวง จึงมีสถานะเป็นบุคคลภายนอกที่ทำการบุกรุกที่ดินนิคมตามาตรา 15 ตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 นั่นเอง
ขอบคุณข้อมูล : Sompard Komintarachat





