วันที่ 8 ก.ค. ในรายการโหนกระแส “จอนนี่ มือปราบ” หรือ ด.ต.ยุทธพล ศรีสมพงษ์ อดีตตำรวจและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้เดินทางมานั่งพูดคุยเปิดใจกลางรายการ ร่วมกับ ทนายเกิดผล แก้วเกิด ถึงกรณีที่ถูกกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย จ.อุบลราชธานี โดยกล่าวหาว่ารีสอร์ทของเขารุกล้ำพื้นที่ของรัฐ
จอนนี่เล่าว่า ตนซื้อที่ดินอย่างถูกต้องจากชาวบ้านต่อกันมาเป็นทอดที่ 3 มีเอกสารสัญญาซื้อขาย และลายเซ็นของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างครบถ้วน พร้อมเปิดบริการรีสอร์ทมานานหลายปี แต่กลับเพิ่งถูกร้องเรียนและถูกดำเนินการตรวจสอบภายหลังจากที่ออกมาวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะกรณีของนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งตนยืนยันว่าเป็นการวิจารณ์ตามสิทธิของประชาชนผู้เสียภาษี ไม่ได้มีเจตนาทำลายใคร
หลังการแสดงความเห็น ตนถูกเตือนจากผู้มีอำนาจให้ “อยู่เงียบๆ” และภายหลังก็เริ่มมีการตรวจสอบทรัพย์สิน รายได้ และที่ดินที่ตนครอบครอง กระทั่งมีคำสั่งให้ดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ท ล่าสุด ตนจึงยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดอธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ และเจ้าหน้าที่รวม 3 ราย ในความผิดตาม ม.157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และหมิ่นประมาท
จอนนี่ยืนยันว่า หากรีสอร์ทของตนผิดกฎหมายและต้องรื้อ ตนยินดีให้รื้อถอน แต่ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับประชาชนอีกกว่า 500 ครอบครัว ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ไม่ใช่เลือกปฏิบัติเฉพาะรีสอร์ทของตน เพราะยังมีอีกหลายครอบครัวที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิในการครอบครองที่ดิน ทั้งที่อยู่มาก่อนที่รัฐจะประกาศเป็นพื้นที่นิคมฯ มานานหลายสิบปี ขณะที่บางรายซึ่งมีอำนาจหรือทุน กลับสามารถออกเอกสารสิทธิได้ ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ห่างกันไม่ถึง 20 เมตร

“ผมไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ผมสู้เพราะชาวบ้านไม่มีเสียง ผมจึงต้องเป็นกระบอกเสียงให้พวกเขา” จอนนี่กล่าวในรายการ พร้อมย้ำว่า ตนไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากหน่วยงานใด และที่ผ่านมา ไม่มีคำสั่งรื้อถอนใด ๆ จากเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการ
ขณะที่ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ยืนยันว่า การดำเนินการกับผู้ที่รุกล้ำที่ดินของรัฐ มันไม่ได้เกิดกับคุณจอนนี่คนเดียว แต่มีในทุกนิคม และการเข้าไปดำเนินการของทางกรม ไม่ได้เป็นการหักหาญซ้ำเติมประชาชนที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ เราก็ต้องใช้วิธีเข้าไปพูดคุย สอบถาม ว่าการรุกล้ำที่ดินรัฐ มันเป็นเพราะสาเหตุอะไร ถ้าประชาชนอ้างว่า มาอยู่ก่อน อยู่อาศัยมาก่อนที่นิคมจะเกิดขึ้น ก็ต้องหาหลักฐานมายืนยันสิทธิกัน
สำหรับ นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย เป็นนิคมที่สร้างขึ้นเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิรินธร และมีความพยายามพิสูจน์สิทธิหลายต่อหลายเคส ไม่ใช่แค่คุณจอนนี่คนเดียว และสำหรับเคสของคุณจอนนี่ มันเป็นการเข้าไปรุกล้ำพื้นที่ป่าส่วนกลาง ซึ่งมีการส่งหนังสือเตือนไปตั้งแต่ปี 2565 แล้ว ว่าท่านรุกล้ำพื้นที่ป่า
อธิบดียังอธิบายเรื่อง “เอกสารสิทธิที่ดิน” ของนิคมลำโดมน้อย เพื่อให้ประชาชนเข้าใจตรงกันมากขึ้น เพราะเชื่อว่าหลายคนยังไม่เข้าใจหลักการการทำกิน ในเขตนิคมสร้างตนเอง เช่น นิคมลำโดมน้อย จ.อุบลราชธานี เพราะไม่สามารถทำได้ง่ายๆ เหมือนพื้นที่ทั่วไป แต่มีขั้นตอนการรับสิทธิแบบพิเศษที่ออกโดยกรมพัฒนาสังคมฯ ดังนี้
1.เอกสาร น.ค.1 (หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์) เป็นเอกสารแรกที่รัฐออกให้ “สมาชิกนิคมฯ” ถือเป็นใบอนุญาตให้เข้าอยู่อาศัยและทำกินในที่ดินที่รัฐจัดสรร ยังไม่ใช่กรรมสิทธิ์ และไม่สามารถซื้อ-ขายได้ตามกฎหมาย ซึ่งคำว่า “ทำกิน” ในความหมายของกฎหมาย คือการทำเกษตร การทำรีสอร์ทไม่ใช่การทำเกษตร จึงไม่ถูกต้องตามหลักการทำกินในพื้นที่นี้

2.เอกสาร น.ค.3 (หนังสือแสดงการทำประโยชน์) จะได้ต่อเมื่อสมาชิกได้อยู่อาศัย ใช้ที่ดินทำกิน และปฏิบัติตามเงื่อนไขของนิคมฯ อย่างถูกต้องมาระยะหนึ่ง (โดยทั่วไปมากกว่า 5 ปี) แสดงว่าได้ใช้ประโยชน์จริงในที่ดิน และชำระหนี้ต่อรัฐครบ ใช้เป็นหลักฐานขอ “โฉนดที่ดิน” ได้ในขั้นตอนถัดไป
แต่แม้จะไปยื่นขอโฉนดแล้ว ก็ยังไม่สามารถซื้อขายที่ดินนั้นได้ โฉนดที่ดินที่ออกโดยมีหลักฐานเดิมเป็น น.ค.3 จะมีข้อกำหนด ห้ามโอนกรรมสิทธิ์เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับโฉนด เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดก ในระหว่างระยะเวลาห้ามโอน 5 ปีนี้ ที่ดินดังกล่าวจะไม่อยู่ในข่ายของการบังคับคดี ในประเด็นของจอนนี่ ทางกรมก็ตรวจสอบแล้วพบว่า จอนนี่ไม่ได้เป็นสมาชิกของนิคมฯ
ขณะที่ จอนนี่ มือปราบ บอกว่า การเอาแต่หลักกฎหมายมาพูด ใช้แต่หลักนิติศาสตร์ แต่ไม่ใช้หลักรัฐศาสตร์ ตนก็เป็นนักกฎหมายคนหนึ่ง ตนไม่ได้ใช้แค่นิติศาสตร์ แต่ยังใช้หลักรัฐศาสตร์ การอยู่ร่วมกันในสังคม มองไปถึงเศรษฐศาสตร์ การดำรงชีวิตของชาวบ้าน เขาต้องเลี้ยงปากท้อง จอนนี่ขอบอกไปยังอธิบดีฯ บอกว่า ยอมเป็นเหยื่อก็ได้ รื้อรีสอร์ทตนก็ได้นะ แต่หาทางออกให้ชาวบ้านได้ไหม เพื่อให้เขามีเอกสารสิทธิ ให้เขามีโฉนด ได้ต่อลมหายใจของครอบครัว ท่านจะไล่ จะรื้อ ตนก็ยินดี ขอเพียงพี่น้องประชาชนของตนได้มีเอกสารสิทธิเพื่อครอบครัวของเขา
ขอบคุณเพจโหนกระแส



