เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านบ้านตาลเดียว ต.แวง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ว่าได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้นาข้าวจมน้ำเน่าตายจำนวน เกือบ 500 ไร่ แต่เมื่อยื่นขอรับการเยียวยาจากหน่วยงานภาครัฐกลับไม่เข้าเกณฑ์เงื่อนไข จึงอยากร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนให้ช่วยเป็นกระบอกเสียง หวังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะทบทวนเกณฑ์เงื่อนไขการเยียวยาใหม่อีกรอบ

โดย นายกฤษฎา วงศ์สง่า ตัวแทนชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนาข้าวได้รวมกลุ่มกันมา กล่าวว่า พื้นที่นาข้าวกว่า 500 ไร่ ของชาวบ้านตาลเดียว อ.สว่างแดนดิน ซึ่งไปอยู่ในพื้นที่ อ.พังโคน หลังจากน้ำท่วมทางภาครัฐได้มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาคือให้ชาวนาไปลงทะเบียนรับการเยียวยาสำหรับผู้ปลูกข้าว พร้อมทั้งให้ยื่นแบบคำร้องขอรับความช่วยเหลือ ให้ลงทะเบียนเฉพาะผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม

โดยทางเกษตร อ.พังโคน กำหนดไว้ว่าผู้ที่ได้รับสิทธิการเยียวยาจะได้รับการช่วยเหลือคือพื้นที่นาถูกน้ำท่วมไม่เกินวันที่ 13 มิถุนายน 2568 ซึ่งตรงกันกับวันที่พายุหวู่ติบพัดผ่านจังหวัดสกลนคร แต่ความจริงแล้วฝนเริ่มตกตั้งแต่วันที่ 12-13 มิถุนายน 2568 จากนั้นน้ำเริ่มหลากเข้าท่วมนาข้าวหลังวันที่ 13 มิถุนายน 2568 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเกินกรอบระยะเวลาเงื่อนไขที่กำหนด เพราะชาวบ้านไม่คิดว่าน้ำจะเอ่อมาท่วมได้ จึงทำให้ชาวบ้านลงทะเบียนไม่ทัน ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่มารวมตัวกันวันนี้คือยังไม่ได้รับการเยียวยาเพราะไม่เข้าเงื่อนไขของภาครัฐตามที่ได้กล่าวมา และตอนนี้ไม่สามารถที่จะทำนาต่อได้เนื่องจากพื้นที่นาทั้งหมดถูกน้ำท่วมอยู่

ตนได้มีการสอบถามไปยังอำเภอใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกันโดยชาวบ้านที่มีพื้นที่นาถูกน้ำท่วมอำเภออื่นได้รับสิทธิการเยียวยาหมดแล้ว วอนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีอำนาจจะสามารถทบทวนมาตรการการเยียวยาและเงื่อนไขใหม่อีกครั้งเหมือนกับอำเภออื่นได้หรือไม่ ตอนนี้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนคือหนักหนาสาหัสมากเพราะลงทุนลงแรงดำนาไปแล้วซึ่งน้ำยังท่วมนาอยู่.




