สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่า ไม่กี่วันก่อนการระงับขึ้นภาษี “วันปลดปล่อย” ของทรัมป์ เป็นเวลา 3 เดือนจะสิ้นสุดลง ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า เขาจะให้เวลาประเทศคู่ค้าเพิ่มอีก 3 สัปดาห์ ในการบรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีที่สูงลิ่วสำหรับสินค้าส่งออกของพวกเขา
อนึ่ง ทรัมป์เปิดเผยมาตรการภาษีสินค้านำเข้าที่ครอบคลุม เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงอัตราภาษีพื้นฐาน 10% สำหรับทุกประเทศ แต่หลังจากตลาดเกิดความวุ่นวาย เขาก็ระงับการปรับขึ้นภาษีเกินอัตรา 10% อย่างรวดเร็ว จนถึงวันที่ 9 ก.ค.
ก่อนถึงกำหนดเส้นตาย ทรัมป์ส่งจดหมายไปยังประเทศต่าง ๆ มากกว่า 12 ประเทศ รวมถึงคู่ค้ารายใหญ่อย่างญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยระบุถึงอัตราภาษีที่เขาตัดสินใจเรียกเก็บ หากประเทศเหล่านี้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายวันที่ 1 ส.ค.
UN warns tariff delays deepen uncertaintyhttps://t.co/P6uT08tNsD
— Syeda Yasmeen Ali (@yasmeen_9) July 8, 2025
ด้านนางพาเมลา โค้ก-แฮมิลตัน ผู้อำนวยการศูนย์พาณิชยกรรมระหว่างประเทศ (ไอทีซี) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากยูเอ็น กล่าวกับผู้สื่อข่าวในเมืองเจนีวา ว่าการเลื่อนกำหนดการปรับขึ้นภาษี ไม่ใช่ข่าวดีเสมอไป
“แม้ภาษีต่างตอบแทนจะไม่มีผลบังคับใช้ตามกำหนดการที่ทรัมป์ประกาศไว้ในตอนแรก แต่การเลื่อนเวลาออกไปอีก 2-3 สัปดาห์ จนถึงวันที่ 1 ส.ค. ทำให้ช่วงเวลาของความไม่แน่นอนขยายออกไปด้วย ซึ่งผลที่ตามมาคือ มันมีความเสี่ยงของการบ่อนทำลายการลงทุนระยะยาวและสัญญาทางธุรกิจ ตลอดจนสร้างความไม่แน่นอนและความไม่มั่นคงเพิ่มขึ้น” โค้ก-แฮมิลตัน กล่าวเพิ่มเติม
ขณะที่ความไม่แน่นอนของการค้าทั่วโลก และภาษีของสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด โค้ก-แฮมิลตันระบุว่ามีการดำเนินการที่ประเทศเหล่านี้สามารถทำได้ เพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพและการคาดการณ์ได้ รวมถึงการค้นหาโอกาสใหม่ในการเติบโตทางเศรษฐกิจ.
เครดิตภาพ : AFP



