นางสาววารุณี อาจภักดี อายุ 31 ปี ชาวอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมองว่าเป็นความเสื่อมถอยของพระพุทธศาสนาในด้านภาพลักษณ์ ไม่ใช่เพราะคำสอนหรือหลักธรรม แต่เพราะพฤติกรรมของพระบางรูป โดยเฉพาะพระระดับสูงที่ควรเป็นแบบอย่าง กลับมีพฤติกรรมที่บ่อนทำลายความศรัทธาของชาวพุทธอย่างรุนแรง

“แม้พระธรรมวินัยจะมีบทบัญญัติควบคุมพฤติกรรมของพระสงฆ์อยู่แล้ว แต่การบังคับใช้ยังไม่เด็ดขาดเพียงพอ และในบางกรณีกฎหมายทั่วไปก็ไม่สามารถดำเนินการกับพระได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การดูแลควบคุมพระบางรูปยังเป็นปัญหา” นางสาววารุณีกล่าว

เธอยังเรียกร้องให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้ามาดูแลและตรวจสอบพฤติกรรมของพระสงฆ์อย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาซ้ำซากจนทำลายศรัทธาของประชาชน

“หากปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีการจัดการอย่างเด็ดขาด เชื่อว่าความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อพระภิกษุและพระพุทธศาสนาจะลดน้อยลง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก” นางสาววารุณีระบุ พร้อมทั้งย้ำว่า ศาสนาไม่เคยเสื่อม แต่เป็นพฤติกรรมของบางคนต่างหากที่ทำให้ความเชื่อมั่นในพระศาสนาถูกสั่นคลอน