สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐ และบริษัทไฟเซอร์ออกแถลงการณ์ เมื่อวันพฤหัสบดี เรื่องการลงนามในข้อตกลง สั่งซื้อยารักษาโควิด-19 “แพกซ์โลวิด” จำนวน 10 ล้านชุด คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 5,290 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 172,665.60 ล้านบาท)
As part of the fight against the pandemic, 10 million treatment courses of Pfizer’s promising COVID-19 oral antiviral drug have been secured, pending emergency use authorization from @US_FDA. More: https://t.co/U9nlf59Ett pic.twitter.com/hd8ZYqyxD3
— HHS.gov (@HHSGov) November 18, 2021
หากได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการอาหารและยา (เอฟดีเอ) ภายในปีนี้ ไฟเซอร์จะทยอยส่งมอบยาให้แก่รัฐบาลสหรัฐทันที จนครบจำนวนตามสัญญาฉบับนี้ คือภายในปี 2565
Pfizer said it will allow generic manufacturers to supply its experimental antiviral COVID-19 pill to 95 low- and middle-income countries through a licensing agreement with international public health group Medicines Patent Pool https://t.co/Yh4lazU0G1 pic.twitter.com/nu2uIwkwWI
— Reuters (@Reuters) November 16, 2021
ทั้งนี้ ไฟเซอร์ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อขอให้มีการพิจารณาและขึ้นทะเบียนรับรองเป็นกรณีฉุกเฉิน กับยาแพกซ์โลวิด ซึ่งเป็นชุดยาค็อกเทลรักษาโควิด-19 แบบรับประทาน ที่ไฟเซอร์พัฒนาและผลิตเอง และผลการทดสอบทางคลินิกบ่งชี้ว่า สามารถลดอัตราการป่วยหนักหรือเสียชีวิตได้ 89%
UPDATE: Today, Pfizer announced we are seeking Emergency Use Authorization (EUA) of our #COVID19 oral #antiviral treatment candidate from the @US_FDA. Learn more: https://t.co/106aix7zKj pic.twitter.com/NxHh0VW5JK
— Pfizer Inc. (@pfizer) November 16, 2021
นอกจากนี้ ไฟเซอร์ลงนามร่วมกับองค์กรจัดการสิทธิบัตรยาร่วม (เอ็มพีพี) ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อให้บริษัทในประเทศที่มีฐานะปานกลาง ลงไปจนถึงยากจน 95 ประเทศ และมีประชากรรวมกันคิดเป็น 53% ของโลก สามารถเข้าถึงสูตรยาแพกซ์โลวิด และกระบวนการผลิตทั้งหมด เพื่อนำไปดำเนินการเองให้กับประชาชนในประเทศนั้น.
เครดิตภาพ : AP

















