สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มหาเศรษฐีชาวแอฟริกันมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นถึง 56% โดยผู้ร่ำรวยที่สุดก็มั่งคั่งขึ้นมากกว่าเดิม ขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งของ 50 ประเทศ ซึ่งมีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก ก็อยู่ในทวีปแห่งนี้เช่นกัน
รายงานระบุว่า ประเทศส่วนใหญ่ในแอฟริกาไม่ได้ใช้ประโยชน์จากภาษีแบบก้าวหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อเก็บภาษีมหาเศรษฐี และแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ นอกจากนั้น ความเหลื่อมล้ำยังเป็นผลมาจากนโยบาย “ถอยหลัง” ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และกระแสเงินทุนที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้เป็นสถานที่หลบเลี่ยงภาษี
????“Africa’s wealth is not missing — it’s being siphoned off.”
— Oxfam International (@Oxfam) July 10, 2025
4 billionaires = more wealth than 750M people.
This isn’t fate. It’s policy failure. And it’s fixable.
???? Read the new Oxfam report: https://t.co/ZGeBwfY6H7 pic.twitter.com/HFGyYBXhxx
อ็อกซ์แฟมเตือนว่า ความเหลื่อมล้ำกำลังขัดขวางประชาธิปไตย การลดความยากจน และทำให้วิกฤติสภาพภูมิอากาศเลวร้ายลง เนื่องจากการครอบงำทางการเมืองของคนรวย กำลังบ่อนทำลายนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนคนจน และประสิทธิภาพของสถาบันภาครัฐ เช่น ในไนจีเรีย ผู้ที่แสวงหาตำแหน่งทางการเมือง มักถูกบีบให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมที่สูงเกินจริง และการซื้อเสียงก็เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในประเทศ
อ็อกซ์แฟมได้แนะนำให้มีการปฏิรูประบบจัดเก็บภาษีในทวีปแอฟริกา เนื่องจากระบบภาษีในภูมิภาค มีประสิทธิภาพในการกระจายรายได้จากกลุ่มคนรวยที่สุด 1% น้อยกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกเกือบ 3 เท่า นอกจากนั้น ทวีปแอฟริกายังสูญเสียรายได้ประมาณ 8,860 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 289,456 ล้านบาท) จากกระแสเงินทุนผิดกฎหมาย.
เครดิตภาพ : AFP



