สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ระบุเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า เครื่องบินเยอรมันลำหนึ่งที่เข้าร่วมภารกิจซึ่งนำโดยสหภาพยุโรป (อียู) “ตามปกติ” เพื่อปกป้องการเดินเรือในทะเลแดง ตกเป็นเป้าหมายของเลเซอร์ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคลากร แต่กระทรวงการต่างประเทศจีน ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

“ทั้งสองฝ่ายควรมีทัศนคติที่คำนึงถึงความเป็นจริง เสริมสร้างการสื่อสารอย่างทันท่วงที รวมถึงหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดและการคำนวณที่ผิดพลาด” นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวเพิ่มเติมว่า เรือรบจีนปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันในอ่าวเอเดน และน่านน้ำของโซมาเลีย ซึ่งมีส่วนช่วยในการรักษาความปลอดภันของเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเบอร์ลินยืนกรานว่า ผลการตรวจสอบสอบมาจาก “การสอบสวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน” ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ระบุว่าได้แสดงจุดยืนและผลการตรวจสอบที่ชัดเจนต่อเอกอัครราชทูตจีนประจำเยอรมนีแล้ว และคาดหวังว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก

ด้านนายมิตโก มูลเลอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมเยอรมนี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลเบอร์ลินมีหลักฐานที่ชัดเจนว่า เรือรบจีนใช้เลเซอร์กับเครื่องบินของเยอรมนี

ทั้งนี้ รัฐบาลเบอร์ลินระบุว่า เครื่องบินลาดตระเวนของเยอรมนีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ถูกบังคับให้ละทิ้งภารกิจ และกลับไปยังฐานทัพในจิบูตี ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เลเซอร์ที่เล็งใส่เครื่องบินเป็นอาวุธ หรือระบบนำวิถีด้วยเลเซอร์.

เครดิตภาพ : AFP