เมื่อวันที่ 13 ก.ค. เพจเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ เขียนถึงสถานการณ์ของโรงพยาบาลสนามที่เปิดมา 93 วัน ซึ่งพบว่ามีแพทย์ติดเชื้อและต้องกักตัวสลับกันทำงานอยู่ตลอดเวลา ทำให้บุคลากรขาดแคลนและต้องทำงานอย่างหนัก และประเมินตัวเลขผู้ป่วยใหม่คงสูงขึ้นและน่าจะผ่านหลัก 10,000 ไป และตัวเลขผู้เสียชีวิตก็คงจะสูงตามไปด้วย

ตอนหนึ่งของโพสต์ระบุว่า เมื่อวานมีการส่งผู้ป่วยโควิดอาการหนักถึงขนาดต้อง CPR กันในห้องฉุกเฉินเข้ามาที่ รพ.ถึงสี่ราย แต่เราสามารถปั๊มหัวใจจนมีสัญญาณชีพกลับคืนมา และส่งเข้ารักษาต่อใน ICU ได้เพียงสองรายเท่านั้น สถานการณ์ที่หนักหนาขึ้นเรื่อยๆ คงทำให้มีผู้เสียชีวิตจากโควิดในโรงพยาบาลมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ทั้งการที่ธรรมศาสตร์มีหน่วยนิติเวชที่รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ปทุมธานีและใกล้เคียงอยู่ แม้จะมีเคสผู้ป่วยเสียชีวิตที่บ้าน แต่ก็จะต้องถูกส่งมาตรวจชันสูตรที่นี่ด้วย จำนวนผู้เสียชีวิตที่มากขึ้นทำให้เราเริ่มมีปัญหากับความพอเพียงของสถานที่เก็บศพ วันนี้เราจึงได้เตรียมเช่าตู้คอนเทเนอร์เพิ่มสำหรับการนี้อีกสองตู้แล้ว

อันที่จริงเรื่องทำนองนี้ไม่ควรจะบอกออกไปต่อสาธารณะ แต่การที่เราแจ้งเรื่องนี้ให้ทราบก็เป็นความตั้งใจที่จะบอกเล่าความเป็นจริงที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ หรือที่จะต้องเผชิญต่อไปในอีกหนึ่งหรือสองสัปดาห์หน้าให้ทุกๆ ฝ่ายทราบ และเตรียมรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายที่จะเกิดขึ้นกับระบบสาธารณสุขของเราในอีกไม่กี่วันที่จะมาถึงนี้

แต่ที่นี่ เราก็ไม่ได้นิ่งเฉยรอรับสถานการณ์ด้วยการเตรียมคอนเทเนอร์เพิ่มไว้เท่านั้นหรอกนะ พวกเราที่นี่ขวนขวาย ขุดสนามเพลาะ ปรับปรุงค่ายคูประตูหอรบ เตรียมหาอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่ม และปรับกำลังรบกัน เพื่อเตรียมรบแตกหักครั้งสุดท้ายในสัปดาห์สองสัปดาห์นี้ด้วยเหมือนกัน

วันนี้ พวกเราตัดสินใจสร้างห้อง negative pressure ขนาด 150 ตร.ม.ขึ้นที่ห้องฉุกเฉิน ER เพื่อรองรับ และกลั่นกรองผู้ป่วยฉุกเฉินที่ติดเชื้อหรือมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อก่อนที่จะผ่านเข้าไปใน รพ. การเพิ่มพื้นที่เฉพาะรองรับผู้ป่วยฉุกเฉิน PUI ได้ระดับสูงสุดถึง 15 คน พร้อมกันภายในห้องความดันลบใน ER นี้ น่าจะทำให้มาตรการป้องกันการติดเชื้อของเรามีประสิทธิภาพสูงมากขึ้น โดยเฉพาะภายใน ER ซึ่งเป็นประตูเดียวที่จะผ่านเข้าสู่ทุกวอร์ดผู้ป่วยใน ของโรงพยาบาลได้

📌วันจันทร์ที่ 12 ก.ค.📌วันที่เก้าสิบสามของโรงพยาบาลสนาม🏨และวันที่สามสิบห้าของศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์🚒 …

Posted by โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ on Monday, July 12, 2021