เมื่อวันที่ 13 ก.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร อดีต ผบช.น., สนช., สว. และ อดีตรองประธานคณะ กมธ.การศาสนาฯ วุฒิสภา ได้ออกมาเขียนบทความ เล่าสู่กันฟัง…!! (อีกครั้ง) “ต้องขุดรากถอนโคน” กรณีที่พระภิกษุพระสังฆาธิการซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะปกครองสงฆ์หลายรูปละเมิดพระธรรมวินัยถึงขั้นครุกาบัติซึ่งเป็นอาบัติหนักโดยการเสพเมถุนกับสีกาตามที่ปรากฏเป็นข่าว มีพยานหลักฐานทั้งภาพ เสียง คลิป และเส้นทางการเงิน ฯลฯ ทำให้ขาดจากความเป็นพระโดยเด็ดขาดทันที นับตั้งแต่เสพเมถุนครั้งแรกตามพระธรรมวินัย นั้น แต่ก็ยังลวงโลกทำตัวเป็นพระภิกษุ อาศัยวัด ห่มผ้าเหลือง ออกบิณฑบาต รับกิจนิมนต์ รับปัจจัย รับทรัพย์สินเงินทองจากศรัทธาของประชาชน และรับนิตยภัตตามสมณศักดิ์จากทางราชการ ฯลฯ ซึ่งทำให้หลายรายร่ำรวย มีความเป็นอยู่สุขสบาย มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย
แต่สุดท้ายนำไปปรนเปรอสีกาตามที่เป็นข่าว บางรายจำนนต่อหลักฐานชัดเจน มีทั้งภาพ เสียง คลิปวิดีโอ เส้นทางการเงิน และพยานบุคคล จึงจำยอมลาสิกขาไปเป็นฆราวาส นำทรัพย์สินเงินทองที่ได้มาดังกล่าวไปเสวยสุขกับสีกาอย่างสบายใจเฉิบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังไม่มีการดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาเพราะคิดว่ายังไม่มีผู้เสียหาย บางรายที่ยังไม่ปรากฏหลักฐาน ก็ยังลอยนวลใช้ผ้าเหลืองบังหน้าทำมาหาได้จากญาติโยมอย่างไม่ละอายแก่ใจ จริงอยู่การเสพเมถุนนั้น ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายเอาผิดทั้งพระและสีกา หรือผู้ใด (ซึ่งคงต้องผลักดันให้มีการแก้ไขต่อไป) แต่จากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในขณะนี้สามารถดำเนินคดีกับอลัชชีเหล่านั้นในความผิดฐานอื่นได้เช่นกัน
ดังนั้นเพื่อเป็นการปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา และเพื่อขุดรากถอนโคนอลัชชีเหล่านี้ให้สิ้นซากและเกิดความหลาบจำโดยเร็ว จึงขอวานผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงโดยเฉพาะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. ร่วมมือกับตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถจะทำได้ตาม ปวิอ.ม.131 และจัดให้มีการร้องทุกข์ กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินคดีกับอลัชชีเหล่านั้น ทุกฐานความผิดโดยด่วนที่สุด กล่าวคือ

1.รับกิจนิมนต์ทั่วไปในฐานะพระภิกษุได้ไปซึ่งทรัพย์สินฯ เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตาม ปอ.ม.343 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท….. ความผิดนี้เป็นความผิดอาญาแผ่นดินรัฐเป็นผู้เสียหาย
2.แต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุ..โดยมิชอบเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นว่านั้น เข้าข่ายความผิดตาม ปอ.ม.208 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี.. เป็นความผิดอาญาแผ่นดินรัฐเป็นผู้เสียหาย
3.การรับอัตรานิตยภัตตามสมณศักดิ์ (มติครม พ.ศ.2554 กำหนดบัญชีอัตรานิตยภัต เริ่มตั้งแต่ เมษายน 2554 และต่อมาขอปรับเพิ่มใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2555 มีตำแหน่งที่ได้รับรวม 76 ตำแหน่ง ตั้งแต่เลขานุการเจ้าคณะตำบล อัตรา 1,200 บาท ถึง สมเด็จพระสังฆราชเจ้า อัตรา 37,700 บาท รวม 76 ตำแหน่ง) ทั้งที่ขาดจากความเป็นพระเพราะเสพเมถุนแล้ว แต่ยังใช้สิทธิรับนิตยภัตอยู่ เข้าข่ายมีความผิดตาม ปอ.ม.137 ฐานแจ้งความเท็จ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน รัฐเป็นผู้เสียหาย และยังมีความผิดฐาน ฉ้อโกง ตามปอ.ม.341 จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท.. เป็นความผิดต่อส่วนตัว ต้องร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายในสามเดือน นับแต่วันรู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด และต้องชดใช้เงินคืนหลวงด้วย
4.ความผิดอาญาอื่นๆ ตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในภายหลัง และยังต้องรับผิดในทางแพ่งอื่นๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหานี้คงไม่ยากหรอกเริ่มจากแก้ที่บุคคล คือสงฆ์และคณะผู้ปกครองสงฆ์ก่อน มาตรการสุดท้ายคือแก้กฎหมาย กฎ ระเบียบคำสั่ง ประกาศที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีสภาพบังคับ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ผมและคณะขณะเป็นประธานอนุกรรมาธิการด้านการศาสนา วุฒิสภา ได้เคยศึกษาแนวทางแก้ไขไว้แล้ว ปรากฏตามรายงานการพิจารณาศึกษาแนวทางการส่งเสริมและยกระดับความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนต่อวัดในพระพุทธศาสนา (วัดสีขาว : วัดแห่งศรัทธาของประชาชน) มีทั้งข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ เชิงนโยบาย การแก้กฎหมาย กฎมส. ประกาศกระทรวง และอื่นๆ ลองไปศึกษาดูเชื่อว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน
ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกท่านโดยเฉพาะสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอให้ทำงานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ซื่อสัตย์ ใช้ปัญญาและความเพียรพยายามในการแก้ปัญหา ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มที่ ปัญหาต่างๆ ก็จะสำเร็จลงได้ด้วยดีครับ และเพื่อเป็นขวัญ กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ผมจะขออนุญาตอัญเชิญพระบรมราโชวาทของล้นเกล้า รัชกาลที่ 9 ความตอนหนึ่งว่า “ …เมื่อจะทำงานอย่าหยิบยกความขาดแคลนเป็นข้ออ้าง จงทำงานท่ามกลางความขาดแคลนให้บรรลุผล จงทำด้วยความเต็มใจและซื่อสัตย์… ” เป็นสิริมงคลแก่ทุกท่านด้วยครับ
ขอทุกท่านมาร่วมมือร่วมใจแก้ปัญหานี้ซึ่งถือเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ให้สำเร็จ เพื่อปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา พระดีๆ ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ และกำจัดอลัชชีซึ่งเป็นส่วนน้อยที่ยังใช้ผ้าเหลืองบังหน้าทำมาหากิน บ่อนทำลายพระพุทธศาสนากันอยู่ให้หมดสิ้นไปโดยเร็วเถอะครับ # อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล # ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม # รุกรบจบเร็ว # รักเธอประเทศไทย # ทำดี ทำได้ ทำทันที
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร
อดีตผบช.น. สนช.และสว.
12 กรกฎาคม 2568



