จากกรณีข่าวที่สังคมไทยกำลังสนใจเป็นอย่างมากอยู่ในขณะนี้ สำหรับกรณีพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่หลายรูปกระทำผิดวินัยสงฆ์อย่างร้ายแรงถึงขั้นปาราชิก ด้วยการมีความสัมพันธ์กับสีกากอล์ฟเกิน 20 รูป แล้วพบว่าจนถึงขณะนี้อีกอย่างน้อย 4-5 รูป ที่ยังหลบหนีออกจากวัด ไม่ยอมเข้าสู่การลาสิกขา มีความพยายามในการหลบหนี และใช้ช่องทางทางกฎหมายปฏิเสธการเข้าพบ และให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในขณะที่พระสงฆ์บางรูปที่ลาสิกขา พร้อมเดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ด้วยความเคร่งเครียด ในขณะที่ทิดบางรายถึงขั้นหลั่งน้ำตาอีกด้วยนั้น

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. อดีต พส.คนดัง อย่าง “แพรรี่-ไพรวัลย์ วรรณบุตร” ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กสะท้อนความในใจ ลงแฟนเพจ “ไพรวัลย์ วรรณบุตร หลังเห็นภาพสะเทือนอารมณ์จากวงการสงฆ์ ย้ำชัดพระธรรมวินัยต้องมาก่อนความเคารพรักส่วนตัว เตือนพระลูกศิษย์อย่าปกป้องพระอุปัชฌาย์ที่ทำผิด เพราะนั่นไม่ใช่การช่วยเหลือ แต่คือการทำร้าย พร้อมวอนพระผู้ใหญ่จงอย่าทิ้งศรัทธาชาวบ้านเพราะกิเลสส่วนตัว

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “เห็นภาพนี้แล้วดิฉันทั้งเข้าใจแล้วก็เห็นใจมากๆ เลยนะคะ ดิฉันเองก็เคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ตอนที่ตัวเองตัดสินใจลาสิกขา เคยเห็นน้ำตาของพระลูกศิษย์ที่ท่านหลั่งออกมาให้จะด้วยเคารพรัก ด้วยความเสียใจหรือความอาลัยอาวรณ์ ใดๆ ก็ตาม ดิฉันเข้าใจดีว่าพระผู้ใหญ่หลายๆ รูป ในแง่หนึ่งท่านก็เป็นครูอุปัชฌาย์อาจารย์ เป็นเสมือนดั่งบิดาคนที่สองของกุลบุตร เป็นที่เคารพนับถือของพระหนุ่มเณรน้อย ตลอดถึงที่พึ่งของสิทธิวิหาริกและอันเตวาสิกในอาราม”

อีกทั้ง “แต่ความเคารพรักก็เป็นส่วนของความเคารพรัก ความนับถือก็เป็นส่วนของความนับถือ บุญคุณก็เป็นส่วนของบุญคุณ ไม่มีอะไรเลยนะคะ ที่จะเป็นข้อยกเว้นอยู่เหนือพระธรรมวินัยได้ พระเถระทำผิดโทษเท่าพระบวชวันนี้ค่ะ พระธรรมวินัยหนักแน่น และสำคัญกว่าความเป็นศิษย์อาจารย์ สำคัญกว่าความวิสสาสะ หรือความเคารพนับถือส่วนตัว ถ้าเราเห็นแก่ความเคารพรักที่มีต่อกัน เรายิ่งต้องเอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัยค่ะ ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ก็ต้องเคร่งครัดเป็นแบบอย่างให้กับลูกศิษย์ได้ ส่วนลูกศิษย์ซึ่งมีความเคารพนับถือในครูอุปัชฌาย์อาจารย์จริงๆ ก็ต้องไม่ปกป้องครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของตนในทางเสียหาย เรียกว่าต่างฝ่ายต่างเป็นกัลยาณมิตรของกัน”

นอกจากนี้ “ในพระวินัยก็อนุญาตไว้ชัดนะคะ เมื่อถึงวันมหาปวารณา พระพุทธเจ้าทรงเปิดโอกาสให้ภิกษุทั้งเถระและนวกะ ทุกรูปสามารถว่ากล่าวตักเตือนกันได้ เมื่อเรามีความระแวงรังเกียจสงสัยในพฤติกรรมของกันและกัน เราต้องอาศัยความอนุเคราะห์ชี้โทษตักเตือนกันได้ค่ะ กัลยาณมิตรต้องกล้าแนะนำในทางที่ถูกต้อง ลูกศิษย์ย่อมต้องกล้าหาญที่จะชี้ภัยชี้โทษให้กับอุปัชฌาย์อาจารย์ของตน การช่วยกันปกปิดของภิกษุอื่นมีโทษในทางวินัยนะคะ การไม่ป้องกันภัยให้กับอุปัชฌาย์อาจารย์ สุดท้ายก็เหมือนเป็นการทำร้ายอุปัชฌาย์อาจารย์ตัวเองในที่สุด รักหลวงพ่อรักพระเถระ พวกท่านก็ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาระวังภัยค่ะ”

อย่างไรก็ตาม “ถ้าไม่อยากให้เกิดภาพแบบนี้ ไม่ว่าจะกับวัดไหนก็ตาม อย่าปล่อยให้อุปัชฌาย์อาจารย์ของท่าน เป็นคนที่ทำอะไรก็ถูกไปหมด อย่าปล่อยให้อุปัชฌาย์อาจารย์ของท่านทำอะไรก็ไม่มีใครกล้าขัดกล้าเตือน ถ้าอุปัชฌาย์อาจารย์หลงทิศ ท่านต้องเป็นเข็มทิศให้ได้ และถ้าอุปัชฌาย์อาจารย์ตาบอด ท่านต้องเป็นดวงตาในอุปัชฌาย์อาจารย์ค่ะ ส่วนพระผู้ใหญ่จะทำอะไรก็ให้นึกถึงข้าวน้ำของชาวบ้านให้เยอะๆ นะคะ นึกถึงลูกพระลูกเณรที่เคารพศรัทธาท่าน อย่าทิ้งศรัทธาเพราะเห็นแก่กิเลสตัณหา อย่าทิ้งความดีที่ท่านอุตส่าห์สั่งสมมา เพราะเห็นแก่สีกาคนเดียวเลยค่ะ”

ขอบคุณข้อมูล : ไพรวัลย์ วรรณบุตร