ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค. บรรยากาศที่วัดท่าหลวง พระอารามหลวง อำเภอเมืองพิจิตร ค่อนข้างเงียบเหงา โดยไม่มีการปรากฏตัวของพระเทพวัชรสิทธิเมธีในพิธีทำวัตรเช้า ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะโดยปกติท่านจะร่วมกิจกรรมกับพระสงฆ์และญาติโยมเป็นประจำ
พระลูกวัดรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ท่านเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรยังคงอยู่ในกุฏิ แต่ไม่ได้ออกมาทำวัตรเช้าตามปกติ คาดว่าอาจมีภารกิจหรือกำลังเตรียมตัวจัดการเรื่องสำคัญบางอย่าง
ต่อมา นายคม ภัทรกุลประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากพระเลขานุการของพระเทพวัชรสิทธิเมธี ว่าท่านได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรและเจ้าอาวาสวัดท่าหลวงแล้ว โดยให้เหตุผลว่ามีปัญหาสุขภาพจากอุบัติเหตุเมื่อปี 2564 และต้องดูแลบุพการีวัย 99 ปี ทั้งนี้ ยังมีแรงกดดันจากกระแสข่าวเชื่อมโยงกับสีกา ซึ่งเป็นเหตุให้ท่านตัดสินใจลาออกเพื่อไม่ให้วงการพระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในพื้นที่ชี้ว่า จุดเปราะบางสำคัญที่ทำให้การลาออกครั้งนี้เกิดขึ้น ไม่ได้มีแค่ข่าวฉาว แต่ปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมายาวนานระหว่างพระเทพวัชรสิทธิเมธี กับกลุ่มชาวบ้านวัดบางคลาน คือปัจจัยสำคัญที่เร่งรัดสถานการณ์
ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา มีความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องในเรื่องการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดบางคลาน และการบริหารทรัพย์สินของวัด ชาวบ้านบางคลานหลายกลุ่มได้ร้องเรียนต่อสำนักงานพระพุทธศาสนา และเสนอให้มีการตรวจสอบพฤติกรรมของพระเทพวัชรสิทธิเมธี พร้อมเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนตัวเจ้าอาวาสที่ได้รับการแต่งตั้งโดยท่าน การต่อสู้ครั้งนี้ลุกลามถึงขั้นมีการบุกรุกวัด และเหตุการณ์กระทบกระทั่งหลายครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น ความขัดแย้งนี้ยังนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างพระเทพวัชรสิทธิเมธี กับอดีตสมาชิกวุฒิสภา กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ซึ่งเคยเคลื่อนไหวสนับสนุนชาวบ้านกลุ่มวัดบางคลานอย่างเปิดเผย
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า พระเทพวัชรสิทธิเมธี ได้ทำพิธีลาสิกขาเมื่อเวลา 09.00 น. ที่วัดตากฟ้า พระอารามหลวง จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีพระเทพปัญญาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 4 เป็นผู้ประกอบพิธี
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงสั่นสะเทือนจากความขัดแย้งภายในวงการพระพุทธศาสนา และอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดการปัญหาการแต่งตั้งเจ้าอาวาสและการบริหารวัด ที่เคยถูกมองข้ามในอดีต



