เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท. ได้จัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อแนะนำโครงการ (ปฐมนิเทศ) งานศึกษา ทบทวน และวิเคราะห์ความเหมาะสมของการจัดทำเอกสารประกวดราคา ตลอดจนแนวทางการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุน ระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 โครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย ภายใต้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย และจีน โดย รฟท. จะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ในส่วนของการติดตั้งงานระบบ การบริหารจัดการเดินรถ และการบำรุงรักษา รองรับการเปิดให้บริการรถไฟไฮสปีด ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ที่จะเปิดให้บริการในปี 2572 และเฟสที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ในปี 2574

นายวีริศ กล่าวอีกว่า การจัดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ จะมีการสัมมนาสรุปผลโครงการ (ปัจฉิมนิเทศ) ในเดือน ก.ย. 2568 ก่อนจะจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Market Sounding) ในเดือน ต.ค. 2568 คาดว่าจะสรุปผลเสนอกระทรวงคมนาคม ภายในเดือน ธ.ค. 2568 และเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 (ม.ค.-มี.ค. 2569) หาก ครม. เห็นชอบ จะเริ่มดำเนินการจัดทำเอกสารการประกวดราคา (RFP) ในไตรมาสที่ 2 (เม.ย.-มิ.ย. 2569) เปิดประมูลในไตรมาสที่ 3 (ก.ค.-ก.ย. 2569) คาดว่าจะได้ผู้ชนะประมูลภายในปลายปี 2569 และเอกชนเริ่มงานได้ภายในปี 2570

นายวีริศ กล่าวด้วยว่า เอกชนผู้ชนะการประมูลจะต้องเข้ามาดำเนินงานทั้งในเฟสที่ 1 และเฟสที่ 2 โดยในส่วนของเฟสที่ 1 นั้น จะดำเนินการเฉพาะงานเดินรถ และงานบำรุงรักษา เนื่องจากงานระบบราง ระบบไฟฟ้า และเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟ ดำเนินการโดยฝ่ายจีนประกอบด้วย บริษัท ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันนัล (CHINA RAILWAY INTERNATIONAL CO., LTD.) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์เปอเรชัน (CHINA RAILWAY DESIGN CORPORATION) ซึ่งได้มีการลงนามสัญญา 2.3 ร่วมกับ รฟท. วงเงิน 50,633 ล้านบาท ไปแล้ว

สำหรับการดำเนินงานระบบฯ ในเฟสที่ 2 เบื้องต้นจะต้องเป็นระบบที่มีมาตรฐาน และเข้ากับระบบที่ดำเนินงานในเฟสที่ 1 ที่จีนได้ดำเนินการมาแล้วได้ ทั้งตัวรถ และระบบต่างๆ ซึ่งการศึกษาครั้งนี้ จะมีการระบุออกมาเป็นข้อกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจน ทั้งนี้ในส่วนของเฟสที่ 1 จะมีขบวนรถ “ฟู่ซิงห้าว” รุ่น CR300 ให้บริการ 4 ขบวน โดยเฟสที่ 2 จะต้องจัดหาขบวนรถเพิ่มเติมด้วย เพื่อรองรับการให้บริการตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย รวม 14 ขบวน

นายวีริศ กล่าวอีกว่า คาดว่าจะได้รับความสนใจจากผู้ให้บริการเดินรถในประเทศไทยที่มีประสบการณ์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2-3 ราย โดยการเปิด PPP ครั้งนี้ ต่างชาติก็สามารถเข้าร่วมประมูลได้ แต่ต้องเป็นในรูปแบบพาร์ทเนอร์กับผู้ประกอบการไทย เบื้องต้นมีบริษัทจากจีนหลายรายที่แสดงความสนใจแล้ว อย่างไรก็ตามสำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟไฮสปีด เฟสที่ 2 ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของงานออกแบบรายละเอียด ซึ่งจะต้องมีการตัดแบ่งตามสัญญา โดยแบ่งเป็นงานโยธา 7 สัญญา และงานศูนย์ซ่อมบำรุง 1 สัญญา คาดว่าจะเปิดประมูลเดือน ก.ย. 2568 เริ่มก่อสร้างปี 2569 และเปิดให้บริการปี 2574 อย่างไรก็ตามเมื่อเปิดให้บริการครบตลอดทั้งเส้นทาง จากกรุงเทพฯ-หนองคาย รวม 608 กิโลเมตร (กม.) จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3.30 ชั่วโมง

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการ PPP ติดตั้งงานระบบ การบริหารจัดการเดินรถ และการบำรุงรักษาของโครงการรถไฟไฮสปีด ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย มีวงเงินไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท เบื้องต้นมีอายุสัมปทานประมาณ 30 ปี.