เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 17 ก.ค. 68 ที่รัฐสภา วันที่ นายชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงถึงกรณีการตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา ถึงความคืบหน้าเจรจาภาษีสหรัฐ ต่อนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ที่ไม่มาตอบกระทู้ว่า ตั้งแต่ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศภาษี หากเปรียบเทียบกับประเทศรอบบ้าน เช่น สิงคโปร์ ที่บอกถึงแผน และให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือ หรือแม้แต่เวียดนาม ที่เจรจาสำเร็จ จากร้อยละ 46 เหลือร้อยละ 20 จึงเกิดคำถามว่า ขณะนี้ประเทศไทยทำอะไรอยู่ ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา นายพิชัย บอกแค่ว่าเป็นดีลที่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี แต่สิ่งที่ประเทศไทยได้กลับมา คือ ภาษีร้อยละ 36 เท่าเดิม ดังนั้น ตนจึงมีคำถามว่า อีก 2 สัปดาห์ ที่ผลของภาษีจะเกิดขึ้น เราประชาชนคนไทย ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ผลกระทบต่อประเทศจะเป็นอย่างไร บริษัทห้างร้านต้องทำอย่างไรบ้าง ทำไมนายพิชัย ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลอะไรได้เลย และหากท้ายที่สุด ผลที่ออกมาเลวร้าย จะเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างไร ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ SME และแรงงานภายในประเทศ
“ท่านทำอย่างนี้ คนไทยจะอยู่อย่างไร เราเดินอยู่บนทางมืดมน ไม่รู้จะเลี้ยงซ้าย เลี้ยวขวาจะไปข้างหน้า หรือเดินถอยหลัง ดังนั้น เรื่องของภาษี จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาล ต้องเร่งชี้แจงให้ประชาชนทราบ ว่าต้องรับมืออย่างไร ว่าฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด นายพิชัยตั้งไว้อย่างไร หรือกรณีที่ดีที่สุด เป็นอย่างไร ซึ่งสิ่งที่ท่านไปเจรจา แล้วบอกว่าเปิดเผยไม่ได้ ท่านเอาอะไรไปแลกบ้าง ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ประชาชน ควรจะรู้” นายชลัฐ กล่าว
นายชลัฐ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวล่าสุดที่ฐานทัพเรือทับละมุ จ.พังงา อยู่ในเงื่อนไขหนึ่งของการเจรจาภาษีสหรัฐ ว่าเรื่องนี้ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ แต่ก็มีนายกรัฐมนตรีที่เคยออกมาบอกว่ามีดีลลับจริงๆ ตนก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้ นายพิชัยจะสื่อสารอย่างไร และจะตอบสื่อมวลชนได้หรือไม่ และในช่วง 1-2 วันนี้ หากการเจรจามีแนวโน้มที่ดี ก็เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และหากท่านชี้แจงต่อประชาชน ว่าท่านเอาอะไรไปแลกบ้าง แล้วประชาชนโอเค ตรงนี้ตนก็ไม่มีปัญหาและคงไม่มีคำถาม.



