เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 18 ก.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม​ เวชยชัย​ รองนายกรัฐมนตรีฝ่าย​ความมั่นคง​ และรมว.มหาดไทย​ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีแนวคิด​ของ​นายทักษิณ​ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอปรับลดงบกองทัพ โดยเฉพาะยุทโธปกรณ์ เพราะปัจจุบันเข้าสู่ยุคสงครามไซเบอร์ แม้ว่าขณะนี้จะมีสถานการณ์​ชายแดน ว่า​ ตนไม่ทราบ​ ซึ่งงบประมาณปี​ 2569 ได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ​งบประมาณแล้ว​ และอยู่ระหว่างการพิจารณา​

เมื่อถามว่า ความเห็นของนายทักษิณ​จะไม่มีผลต่อการพิจารณาของกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณใช่หรือไม่​ นายภูมิธรรม​ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ​ ต้องถามกรรมาธิการงบประมาณ​ ซึ่งตนไม่ได้เป็น กมธ.งบฯ

เมื่อถามว่า มองว่าการจัดสรรงบประมาณของกองทัพขณะนี้มีความเหมาะสมใช่หรือไม่​ นายภูมิธรรม​ กล่าวว่า​ สมัยตนเป็น รมว.กลาโหม ก็รับเป็นนโยบายแล้ว​ว่าจะพิจารณา​ปรับลดกำลังพลของกองทัพ​ ส่วนอาวุธ​ยุทโธปกรณ์​อะไรที่จำเป็น และทันสมัย​ ก็น่าจะเพิ่มได้​ เพราะการใช้ยุทโธปกรณ์​ต่างๆ ไม่เหมือนในอดีต​ อย่างที่ตนเคยบอกว่าตอนนี้ไม่ได้ถือดาบไปฟันกันกลางทุ่งแล้ว​ เวลานี้มีลักษณะที่กดปุ่มแป๊บเดียวก็พังทลายแล้ว​ หรือบางส่วนที่ใช้กำลังพลเดินลาดตระเวน​มากมาย​ เดี๋ยวนี้สามารถใช้โดรนตรวจจับคลื่นความร้อนคลื่นโทรศัพท์ได้​ ฉะนั้นความจำเป็นในการใช้ยุทโธปกรณ์​ที่เปลี่ยนแปลงไป​ เพื่อให้ทันเทคโนโลยี​ที่ทันสมัย​ เป็นเรื่องที่จำเป็น​ ถ้ามีสิ่งนี้เข้ามาแทน​ ฉะนั้นถ้าเป็นอย่างนั้น ตนก็บอกว่าจะใช้เท่าไหร่ หรือมีเงื่อนไขอย่างไรก็บอกมา เราก็สามารถลดกำลังพลที่จะไปเดินทุกวันได้

เมื่อถามย้ำว่า ในเรื่องของความมั่นคง จะเน้นเทคโนโลยีที่ทันสมัยใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้ไปถาม รมว.กลาโหมคนใหม่ หรือรัฐมนตรีที่รักษาการ เพราะตอนนี้ตนเป็น รมว.มหาดไทย แต่ในฐานะรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ก็ต้องรอรัฐมนตรีเสนอเรื่องขึ้นมา แต่ตนพูดแล้วว่าเรื่องเทคโนโลยีมีความสำคัญ เมื่อจะใช้เทคโนโลยีในการดำเนินการต่างๆ ก็ควรจะคู่ขนานไปกับการลดกำลังพล

เมื่อถามว่า กรณีที่นายทักษิณ​ เสนอแนวคิดผู้ว่าฯ CEO นายภูมิธรรม​ กล่าวว่า​ ทำอยู่แล้ว​ ขณะนี้ผู้ว่าฯ CEO ก็ทำหน้าที่อยู่แล้ว​ ก่อนยอมรับว่า เรื่องนี้เป็นแนวคิดสมัยที่นายทักษิณ​ เป็นนายกฯ​ ผู้ว่าฯ เป็นหัวหน้าหน่วยราชการต่างๆ ในจังหวัด​ การเป็นผู้ว่าฯ CEO ก็ถือว่าเป็นการใช้การบริหารงานใหม่​ และแก้ไขงานที่มีการประสานงาน ดังนั้นจึงต้องมีเจ้าภาพ ซึ่งขณะนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะดำเนินการอยู่แล้ว