ถูกยกเป็นตำนานสุดยิ่งใหญ่ของวงการ K-POP ที่มีแฟนๆติดตามและหลงรักไปทั่วโลกสำหรับศิลปินชื่อดังมากความสามารถวง “SUPER JUNIOR” (ซูเปอร์จูเนียร์) ที่ล่าสุดคัมแบ็กพร้อมอัลบั้มฉลองครบรอบเดบิวต์ 20 ปีที่มีชื่อว่า “Super Junior25” พร้อมส่งซิงเกิ้ล “Express Mode” มาเขย่าจังหวะในหัวใจของแฟนคลับ “E.L.F” (เอลฟ์:ชื่อแฟนคลับ) อย่างสมศักดิ์ศรีไปแล้ว งานนี้ “MESO KOO” เหยี่ยวข่าวสาวเฉพาะกิจที่มาแอบยึดพื้นที่ตัวแม่ตัวมัมแห่ง “SeoulStation” อย่าง “นูน่าเมี้ยน” เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ก็ขอชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับอัลบั้มใหม่และความเป็น SUPER JUNIOR ที่แฟนๆ ชื่นชอบกัน!

“SUPER JUNIOR” มีชื่อเกาหลีว่า슈퍼주니어 เป็นบอยแบนด์ระดับตำนานจากประเทศเกาหลีใต้ สังกัด SM Entertainment ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 ซึ่งพวกเขาได้ “สร้างประวัติศาสตร์และมีอิทธิพล” อย่างมากต่อวงการ K-Pop ด้วยแนวคิดที่ไม่เหมือนใคร ความสามารถรอบด้าน และความผูกพันธ์ที่แข็งแกร่งกับแฟนคลับ ทำให้เขาสามารถอยู่ในวงการได้อย่างยาวนาน โดยซูเปอร์จูเนียร์ได้เปิดตัวและออกรายการโทรทัศน์ครั้งแรกที่สถานีเอสบีเอส ในรายการ “Inkigayo” หรือ “Popular Songs” เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2005 โดยมีสมาชิกเริ่มต้นทั้งหมด 12 คน ประกอบด้วย “อีทึก” (หัวหน้าวง), “ฮีชอล”, “ฮันคยอง” (หานเกิง)(อดีตสมาชิก), “เยซอง”, “คังอิน” (อดีตสมาชิก), “ชินดง”, “ซองมิน” (อดีตสมาชิก), “อึนฮยอก”, “ทงเฮ”, “ชีวอน”, “รยออุค” และ “คิบอม” (อดีตสมาชิก) พร้อมกับการแสดงในเพลง “Twins (Knock Out)” ซิงเกิลแรกของพวกเขา ซึ่งภายหลังจากการแสดงครั้งนั้น ซูเปอร์จูเนียร์ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนเพลง ก่อนที่จะมีการเพิ่มสมาชิกอย่าง “คยูฮยอน” เข้าไปเพื่อเพิ่มเติมความแข็งแกร่งให้กับวง ซึ่งซูเปอร์จูเนียร์มีความพิเศษมากมาย เนื่องจากสมาชิกแต่ละคนผ่านการคัดเลือกและฝึกฝนจากหลากหลายสาขา ไม่ใช่แค่การร้องเพลงหรือเต้นรำ แต่ยังมีความสามารถด้านการแสดง, พิธีกร, และนายแบบ ทำให้พวกเขามีความสามารถรอบด้านที่โดดเด่นตั้งแต่เริ่มต้น ต่อมาหลังจากการเพิ่มคยูฮยอนเป็นสมาชิกถาวรในวงการแล้ว ซูเปอร์จูเนียร์ก็ได้ปล่อยซิงเกิล “U” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำให้ SUPER JUNIOR เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น และยังได้รับรางวัลเพลงฮิตเป็นครั้งแรกในรายการเพลงอีกด้วย

SUPER JUNIOR ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตเพลงฮิต แต่ยังเป็น “ผู้บุกเบิก” ในหลายๆ ด้านของวงการ K-Pop พวกเขาคือกลุ่มแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลจากการจัดคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ในชื่อ “Super Show” ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในซีรีส์คอนเสิร์ต K-Pop ที่ยาวนานที่สุดและมีจำนวนครั้งมากที่สุด การเดินทางไปพบปะแฟนๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในเอเชีย ยุโรป หรืออเมริกาใต้ ทำให้พวกเขาเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมและขยายฐานแฟนคลับ K-Pop ไปสู่ตลาดที่ไม่เคยมีใครเข้าถึงมาก่อน

นอกจากนี้ “การสร้างยูนิตย่อยที่หลากหลาย” (Sub-Unit) ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่โดดเด่น เพื่อต้องการแสดงศักยภาพที่หลากหลายของสมาชิก และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งถือเป็นเทรนด์ใหม่ในวงการ K-Pop ในยุคนั้น เริ่มจาก ยูนิต “Super Junior K.R.Y.” ที่เน้นแนวเพลงบัลลาด โชว์พลังเสียง สมาชิกประกอบด้วย คยูฮยอน, รยออุค และเยซอง ซึ่งเป็น 3 นักร้องเสียงหลักของวง โดยชื่อ “K.R.Y.” มาจากอักษรตัวแรกของชื่อสมาชิก ตามด้วยยูนิต “Super Junior T” ยูนิตนี้เน้นแนวเพลงทร็อต (Trot) ซึ่งเป็นแนวเพลงพื้นบ้านของเกาหลี สมาชิกประกอบด้วย อีทึก (หัวหน้ายูนิต), ฮีชอล, คังอิน, ชินดง, ซองมิน และอึนฮยอก แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางดนตรีของวง

ต่อด้วยยูนิต “Super Junior M” ยูนิตที่มุ่งเน้นตลาดจีนโดยเฉพาะ เป็นกลุ่มดนตรีนานาชาติกลุ่มแรกในอุตสาหกรรมเพลงจีนที่มีสมาชิกทั้งเกาหลีและจีน สมาชิกเริ่มต้นประกอบด้วย ฮันคยอง หรือ หานเกิง (หัวหน้ายูนิต), ซีวอน, ทงเฮ , รยออุค, คยูฮยอน พร้อมด้วยสมาชิกพิเศษ 2 คนคือ เฮนรี่ และ โจวมี่ ซึ่งไม่ใช่สมาชิกหลักของ SUPER JUNIOR แต่เป็นเด็กฝึกของ SM Entertainment ตามด้วยยูนิต “Super Junior-Happy” ยูนิตที่เน้นเพลงสไตล์สดใสและสนุกสนาน สมาชิกคล้ายกับ Super Junior-T โดยมี อีทึก, เยซอง, คังอิน, ชินดง, ซองมิน และอึนฮยอก และยูนิต “Super Junior-D&E” ที่นำเสนอแนวเพลงแดนซ์และป็อปที่หลากหลาย สมาชิกประกอบด้วย ดงแฮ และอึนฮยอก ซึ่งทุกๆ ยูนิตย่อยของ SUPER JUNIOR นั้นก็สร้างสีสันให้กับวงการเพลงและโด่งดังเป็นที่รู้จักในทุกๆยูนิตจริงๆ นอกจากนี้การมีอยู่ของยูนิตเหล่านี้ทำให้สมาชิกแต่ละคนได้แสดงความสามารถเฉพาะตัวและเข้าถึงกลุ่มแฟนเพลงที่แตกต่างกัน ซึ่งกลายเป็นต้นแบบให้วงไอดอลรุ่นน้องหลายวงนำไปปรับใช้

แต่จุดที่ทำให้ SUPER JUNIOR กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกอย่างแท้จริงคือปี 2009 กับเพลง “Sorry, Sorry” ที่ไม่ใช่แค่โด่งดังในเกาหลีใต้ แต่ยังแพร่หลายไปทั่วเอเชียและทั่วโลก พร้อมยังจุดกระแส “Hallyu Wave” ให้แพร่หลายไปทั่วโลก ด้วยดนตรีแนวอิเล็กโทรป็อปที่ติดหูและท่าเต้น “ถูมือ” (Rubbing Hands) ที่เป็นเอกลักษณ์กลายเป็นท่าเต้นฮิตที่คนทั่วโลกเต้นตาม ทำให้ Sorry, Sorry ได้กลายเป็นเพลงชาติของ K-Pop ในยุคนั้น และผลักดันให้ SUPER JUNIOR ขึ้นสู่จุดสูงสุดของความนิยม และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกกระแส K-Pop สู่สากลอย่างแท้จริง



หลังจากนั้น พวกเขาก็ยังคงสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพและเพลงฮิตออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น “BONAMANA”, “Mr.Simple”, “DEVIL”, “Black Suit”, “SUPER Clap”, “I Think I”, “The Crown”, “House Party”, “Mango” ที่ยังคงคอนเซ็ปต์ดนตรีที่หนักแน่นและท่าเต้นอันทรงพลัง หรือแม้แต่การทดลองแนวเพลงใหม่ๆ อย่าง “Lo Siento” ที่ร่วมงานกับศิลปินละตินอเมริกา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการขยายตลาดดนตรีที่ไม่จำกัดเพียงแค่ในเอเชีย ประกอบกับการทัวร์คอนเสิร์ตไปทัวร์โลกของพวกเขา โดยใช้ชื่อว่า “Super Show” ทำให้ชื่อเสียงของวง SUPER JUNIOR เป็นเสมือนโลโก้ของวงการ K-POP อย่างปฏิเสธไม่ได้

และล่าสุดกับการกลับมาของพวกเขาพร้อมอัลบั้มฉลองครบรอบเดบิวต์ 20 ปีที่มีชื่อว่า “Super Junior25” (ซูเปอร์จูเนียร์ อีโอ) (ตามภาษาเกาหลี : ‘อี’ หมายถึง 2 และ ‘โอ’ หมายถึง 5) ซึ่งถือเป็นการสานต่อชื่ออัลบั้มเดบิวต์และอัลบั้มเต็มชุดแรกของพวกเขาที่วางจำหน่ายในปี 2005 ที่สำคัญ ชื่ออัลบั้มใหม่นี้ยังถูกตั้งขึ้นมาจากความคิดของสมาชิกทำให้ยิ่งมีความหมายมากขึ้น และในปีนี้ SUPER JUNIOR ประสบความสำเร็จกับโปรเจกต์ประวัติศาสตร์ที่ประกอบด้วยนิทรรศการ วาไรตี้ อัลบั้ม ป็อปอัปสโตร์และทัวร์คอนเสิร์ต เพื่อฉลองการครบรอบเดบิวต์ 20 ปีของพวกเขาและจะไปสู่จุดสูงสุดของโปรเจกต์ด้วยอัลบั้มเต็มชุดที่ 12 Super Junior25 ที่ปล่อยออกมาเรียบร้อยในเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมาผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงต่าง ๆ ทั่วโลกอีกด้วย

สำหรับอัลบั้มเต็มชุดที่ 12 Super Junior25 เป็นอัลบั้มใหม่ของ SUPER JUNIOR ในรอบ 2 ปี 8 เดือน หลังจากอัลบั้มเต็มชุดที่ 11 Vol.2 ‘The Road : Celebration’ ที่ปล่อยในเดือนธันวาคม 2022 โดยอัลบั้มนี้สื่อความหมายของการหวนนึกถึงความตั้งใจจริงในช่วงเดบิวต์ และจะยังคงปกป้องชื่อของ SUPER JUNIOR ต่อไป ซึ่งเพลงไตเติลที่มีชื่อว่า “Express Mode” เป็นเพลงคลับป็อปจังหวะเร็วที่สัมผัสได้ถึงพลังสุดเท่มาพร้อมกับเสียงที่ชวนเต้นและท่อนคอรัสที่ติดหู เนื้อเพลงถ่ายทอดทัศนคติที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะไม่หยุดอยู่แค่ปัจจุบันและมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายต่อไป

นอกจากนี้ ในอัลบั้มยังมีเพลงที่น่าสนใจอีกหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็นเพลง “Finale” ที่สมาชิก “ทงเฮ” มีส่วนร่วมในการแต่งทำนอง, เพลงบัลลาด “I Know” ที่ศิลปินรุ่นพี่อย่าง “คังตะ” ร่วมแต่งทำนองและเรียบเรียง, เพลงป็อปสุดทันสมัยอย่าง “Haircut” ผสมผสานกลิ่นอายของ SUPER JUNIOR, เพลงแดนซ์ป็อป “Air” โดดเด่นด้วยบรรยากาศของฤดูร้อนอันแสนสดชื่น, เพลงป็อปจังหวะเร็ว “Delight” เปี่ยมล้นไปด้วยความสดใสและความหวัง, เพลงอาร์แอนด์บี ป็อป “Say Less” พร้อมการร้องแบบระเบิดพลังแสดงความสิ้นหวังออกมาอย่างเต็มที่, เพลงอิเล็กทรอนิกส์ แดนซ์ “D.N.A.” ที่มีการแร็ปสุดทรงพลังและเสียงสูงที่สดชื่น และเพลงป็อปอารมณ์สบาย ๆ “우리의 꽃말 (Stuck With You)” นับเป็นเพลงรักสำหรับ “E.L.F. เพื่อนตลอดกาล” ที่อยู่เคียงข้าง SUPER JUNIOR มากว่า 20 ปี รวมทั้งหมด 9 เพลงใหม่อีกด้วย

โดยหลังจากที่ SUPER JUNIOR ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 12 Super Junior25ออกมา ก็เป็นไปตามคาดเพราะแฟนๆ ของพวกเขาอย่างเอลฟ์ยังคงให้การสนับสนุนพวกเขา และพากันส่งต่อเพลงของพวกเขาให้แฟนๆหลายคนที่เติบโตไปพร้อมกับพวกเขาได้ฟัง จนเกิดเป็นคำถามมากมายที่ทำให้ใครหลายคนอยากรู้มากว่า “ทำไม SUPER JUNIOR วงที่ผ่านการทำงานมายาวนานถึง 20 ปีถึงได้ประสบความสำเร็จแม้จะมีวงเกิดใหม่มากมายในอุตสาหกรรม K-POP แต่ชื่อของพวกเขาไม่เคยหายไปตามกาลเวลาเลย”

ตลอดเส้นทางระยะเวลา 20 ปีของ SUPER JUNIOR ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พวกเขาต้องเผชิญกับ ความท้าทายและมรสุมชีวิตมากมายหลายครั้ง ซึ่งทดสอบความแข็งแกร่งของพวกเขาอย่างรุนแรงที่สุด หนึ่งในเหตุการณ์ที่โลกไม่ลืมคือ อุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งใหญ่ในปี 2007 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสมาชิกหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “คยูฮยอน” ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แฟนคลับทั่วโลกต่างภาวนาและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ การเข้ากรมรับใช้ชาติของสมาชิกทีละคนก็เป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่ยาวนานสำหรับวงไอดอลเกาหลีส่วนใหญ่ แต่ SUPER JUNIOR สามารถบริหารจัดการช่วงเวลาเหล่านี้ได้อย่างน่าทึ่ง พวกเขายังคงปล่อยผลงานและจัดกิจกรรมแม้จะมีสมาชิกบางส่วนที่อยู่ระหว่างการรับใช้ชาติ รวมถึงการต้องเผชิญกับการออกจากวงของสมาชิกบางรายตลอดเส้นทาง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นบทเรียนสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นถึง “ความเป็นครอบครัว” ที่แน่นแฟ้นภายในวง และความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ ท่ามกลางอุปสรรคต่างๆ การกลับมารวมตัวกันอย่างครบครันหลังการปลดประจำการของสมาชิกแต่ละคนก็เปรียบเสมือนการเติมเต็มพลังและความสมบูรณ์ให้ SUPER JUNIOR พร้อมก้าวเดินต่อไป

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ SUPER JUNIOR แตกต่างจากวงอื่นและเป็นที่รักของแฟนๆ คือ “เสน่ห์เฉพาะตัวและบุคลิกที่โดดเด่น” สมาชิกแต่ละคนมีบทบาทที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่ในฐานะนักร้อง แต่ยังเป็นพิธีกร นักแสดง ดีเจ และนักเอนเตอร์เทนที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมและคนรอบข้าง ด้วยภาพลักษณ์ที่ เป็นกันเอง สนุกสนาน และไม่ถือตัว พวกเขาได้รับฉายา “ไอดอลตลก” (Variety Idols) ที่ทำให้แฟนๆ รู้สึกใกล้ชิดและเข้าถึงง่าย การปรากฏตัวในรายการวาไรตี้ต่างๆ และการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา สร้างความรู้สึกผูกพันเสมือนเป็น “พี่ชายข้างบ้าน” มากกว่าเป็นไอดอลที่เข้าถึงยาก เคมีที่ลงตัวระหว่างสมาชิกแต่ละคน การหยอกล้อกันอย่างเป็นธรรมชาติ และความสามารถในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ของตัวเอง ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ SUPER JUNIOR ยังคงครองใจแฟนคลับมาอย่างยาวนาน พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นว่าความสามารถในการเอนเตอร์เทนและความเป็นตัวของตัวเองนั้นสำคัญไม่แพ้ความสามารถทางดนตรี

และหัวใจสำคัญที่ทำให้ SUPER JUNIOR ยังคงยืนหยัดมาได้ถึง 20 ปีคือ “เอลฟ์” (E.L.F. – Ever Lasting Friends) ชื่อเรียกแฟนคลับอย่างเป็นทางการ ความสัมพันธ์ระหว่าง SUPER JUNIOR กับเอลฟ์เป็นยิ่งกว่าศิลปินกับแฟนคลับ แต่เป็นเหมือน “เพื่อนแท้ที่ร่วมเดินทางกันมาตลอดสองทศวรรษ” เอลฟ์ไม่เพียงแต่ให้การสนับสนุนในทุกผลงาน การเข้าร่วมคอนเสิร์ตที่ขายบัตรหมดเกลี้ยง หรือการสตรีมเพลงจนติดอันดับ แต่ยังเป็น “กำลังใจสำคัญในทุกช่วงเวลาที่ยากลำบาก” และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสถิติและความสำเร็จมากมายให้วง การมีปฏิสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดผ่านโซเชียลมีเดีย การไลฟ์สดพูดคุย และการแบ่งปันเรื่องราวชีวิตประจำวัน ยิ่งตอกย้ำความผูกพันอันแน่นแฟ้นนี้ ซึ่งเป็นรากฐานที่ทำให้ SUPER JUNIOR สามารถก้าวข้ามผ่านทุกอุปสรรคมาได้

ถ้าให้มองจากมุมของความสามารถต้องบอกเลยว่าสมาชิกทุกคนของวง SUPER JUNIOR มีการพัฒนาตัวเองในทักษะต่างๆอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการร้อง เต้น หรือทักษะด้านวาไรตี้ที่ดึงดูดให้พวกเขาถูกสนใจและพูดถึงในรายการต่างๆของเกาหลี ขณะเดียวกันพวกเขาก็ไม่ปิดกั้นเรื่องแนวดนตรีที่พร้อมใส่ซาวด์ใหม่ๆ และปรับเพลงและท่าเต้นของเขาให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ นอกจากความสามารถและเพลง ก็ต้องบอกเลยว่า สมาชิกทุกคนของวง SUPER JUNIOR ให้ความเป็น “ครอบครัว” ซึ่งกันและกัน เพราะทุกคนที่ติดตามข่าวสารในวงการ K-Popน่าจะได้เห็นเรื่องราวของสมาชิกในวงการที่ต่างดูแลกันและกันเสมือนเป็นบุคคลในครอบครัว และไม่ได้แค่สมาชิกวงที่สนิทสนมกัน พี่สาวหรือพี่ชายหรือน้องชายของสมาชิกในวง SUPER JUNIOR ก็สนิทสนมกัน และมักจะไปท่องเที่ยวและมีโมเมนต์ที่ดีต่อใจให้แฟนๆเห็นตลอด แม้กระทั่งช่วงเวลาแห่งความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในครอบครัวของสมาชิกคนไหนในวง ทุกคนๆก็พร้อมเคียงข้างและดูแลกันเสมอ ทำให้เอลฟ์ยิ่งประทับใจในตัวของพวกเขาอย่างมาก

และสุดท้ายน่าจะเป็นความรักความผูกพันธ์ของ SUPER JUNIOR – E.L.F หรือเอลฟ์ กำลังใจสำคัญของพวกเขา ผู้เป็นเสมือน “ลมหายใจ” ของ SUPER JUNIOR ที่คอยกางปีกปกป้องพวกเขายามเหนื่อยล้า หรือเป็นกำลังใจให้เขาในวันที่พวกเขาต้องพัฒนาตัวเองในการทำงานที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ก็คงจะมีแค่ SUPER JUNIOR และ E.L.F เท่านั้นที่รู้ดีว่าทำไม “ความรัก”ของพวกเขาถึงได้สวยงามและยาวนานขนาดนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่ความรักของ “ศิลปินและแฟนคลับ” แต่ SUPER JUNIOR ทำให้เห็นแล้วว่า ความรักของเขากับ E.L.F คือ “ครอบครัว” เหมือนกับที่หลายคนเคยเขียนความรู้สึกของเขากับ SUPER JUNIOR ไว้ว่า “แม้เวลาจะผ่านไปอีกกี่ศตวรรษ หรือต่อให้ SUPER JUNIOR จะแก่จนเต้นไม่ไหวแล้ว แต่ชื่อของ E.L.F จะเป็นชื่อแฟนคลับของ SUPER JUNIOR เป็นความรัก เป็นเพื่อน เป็นครอบครัวที่รักได้แค่ให้แค่พวกเขาตลอดไป”

SUPER JUNIOR ไม่ใช่แค่บอยแบนด์ที่กำลังฉลองครบรอบ 20 ปี แต่คือ “สถาบัน” แห่งวงการ K-Pop ที่ได้สร้างมาตรฐานและแรงบันดาลใจให้กับศิลปินรุ่นหลังมากมาย การคงอยู่ของพวกเขาคือการพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่น พรสวรรค์ และความรักที่มอบให้แฟนๆ มาโดยตลอด แม้เวลาจะผ่านไป พวกเขาก็ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ไม่หยุดนิ่ง ไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต แต่พร้อมที่จะสำรวจสิ่งใหม่ๆ เพื่อมอบความสุขให้กับแฟนคลับ การเดินทางของ SUPER JUNIOR ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และพวกเขายังคงเป็น “ราชา K-Pop” ที่ครองใจผู้คนทั่วโลก และจะเป็นตำนานที่ถูกกล่าวขานไปอีกนานเท่านาน..


คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “MESO KOO”