เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 ก.ค. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. สอบถาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม นโยบายการแก้รัฐธรรมนูญของรัฐบาล แต่ น.ส.แพทองธาร ติดภารกิจ มอบให้นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาตอบกระทู้แทน โดยนายเทวฤทธิ์ สอบถามความคืบหน้าของรัฐบาลในการแก้รัฐธรรมนูญให้เร็วที่สุด ขณะนี้มีปัญหาและอุปสรรคคืออะไร มีกรอบเวลาอย่างไร
ด้านนายชูศักดิ์ ชี้แจงว่า เหตุผลที่ ครม. ไม่เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 เพราะมีความไม่แน่นอนต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ถึงจำนวนครั้งการทำประชามติ จึงเสนอ ครม. ว่ายังไม่ควรเสนอร่างแก้ไขฉบับของ ครม. หากเสนอไปแล้ว ทำไม่ได้ ครม. จะเสียหาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระรัฐสภา 2 ฉบับคือ ฉบับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน
ด้านนายเทวฤทธิ์ สอบถามต่อว่า การอ้างความไม่แน่นอน จึงไม่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ น่าจะเป็นเช่นนั้น เห็นว่าจะเลือกตั้งในเร็ววันนี้ บางคนบอกอาจเป็นต้นปีหน้า ไม่ได้แช่ง แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะมีมติ ครม. ให้ทำประชามติ ไม่ต้องสนใจจะต้องทำประชามติ 2 หรือ 3 ครั้ง ให้ถามประชาชนไปเลย ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
โดยนายชูศักดิ์ ชี้แจงว่า รัฐบาลแน่วแน่แก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หากมีคำวินิจฉัยให้ทำประชามติ 2 ครั้ง ร่างแก้ไขเพิ่มเติมที่ค้างอยู่ 2 ฉบับ ก็เดินต่อไปได้ เมื่อถามศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ควรรอคำตอบก่อน หากตัดสินใจเลย เท่ากับต้องทำประชามติ 3 ครั้ง แต่ละครั้งใช้งบ 3 พันล้านบาท ท่ามกลางเศรษฐกิจเช่นนี้ ไม่เบาเหมือนกัน ความตั้งใจของรัฐบาล ไม่อยากไม่ให้สำเร็จ เพราะแม้จะผ่านวาระ 3 แล้ว อาจมีคนยื่นศาลรัฐธรรมนูญ หากอยากทำให้สำเร็จ ต้องตัดอุปสรรคที่ไม่มั่นใจ ให้แน่ใจถึงจะเดินได้ เมื่อคำนวณไทม์ไลน์แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เสร็จแล้วต้องถามประชามติ ใช้เวลา 3-5 เดือน ทำความเข้าใจประชาชน หลังจากประชามติเสร็จแล้ว จึงเข้าสู่การเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ใช้เวลา 6 เดือน ดูแล้วยากจะทำให้สำเร็จภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ได้ปวารณาว่า หากมีข้อยุติในหลายประเด็น จะเดินหน้าต่อ ขอให้ตั้ง ส.ส.ร. ไว้ เพื่อร่างรัฐธรรมนูญต่อไป ตามไทม์ไลน์ อาจมีปัญหาที่ทำให้สำเร็จไม่บริบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์.



