เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่กองบัญชาการ​กองทัพ​บก​ (บก.ทบ.) เชิญผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย​ รับฟังการชี้แจงสถานการณ์​ชายแดนไทย​-กัมพูชา​ ถึงข้อเท็จจริงกรณีไทยโดนรุกล้ำอธิปไตย​ และมีการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล​ ทำให้ทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย​ และมีการตรวจสอบว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่​ ที่วางในเขตไทย​ ซึ่งขัดต่ออนุสัญญา​ออตตาวา​ ที่ทั้งไทยและกัมพูชาเป็นประเทศภาคี​ที่ให้สัตยาบัน​​ โดยบรรดาทูต​ทหาร​ ได้ทยอยเดินทางเข้ามายังกองบัญชาการ​กองทัพ​ มายังห้อง​ศรีสิทธิสงคราม​ ตั้งแต่เวลา​ 13.20 น.​ ทั้งนี้เป็นที่จับตาผู้ช่วยทูตทหาร​ พลจัตวา​ ฮอม​ คิม  ผู้ช่วยทูตทหารกัมพูชา​ เดินทางมาร่วมด้วย ซึ่งฝ่ายไทยมี พล.ท.กำชัย​ วงศ์ศรี​ เจ้ากรมการข่าว​ทหารบก​​ เป็นประธาน​ 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการชี้แจง พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ส่วนใหญ่เป็นการรับฟัง และมีคำถามบ้าง ถือว่าน้อย เนื่องจากทุกท่านอาจจะได้รับข่าวสารจากช่องทางอื่นมาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก ที่พยายามบอกกล่าวและชี้แจงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในเรื่องข้อเท็จจริง ทหารของกัมพูชา ไม่ได้ชี้แจงหรือมีคำถามอะไร คำถามส่วนใหญ่มาจากท่านอื่นมากกว่า ที่ถามเรื่องของความมั่นใจและยืนยันใช่หรือไม่ ซึ่งทางเราก็ให้เหตุผลไป และจะให้เอกสารชี้แจง ส่วนท่าทีของประเทศมหาอำนาจ ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งการเชิญมาในวันนี้ เราก็ทำตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก คือทำให้เป็นทางการ 

พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่า ส่วนการหารือได้ชี้แจงเรื่องของการละเมิดบูรณภาพดินแดง และเอ็มโอยู 2543 และอนุสัญญาออตตาวาด้วยหรือไม่ มีการพูดถึงประเด็นดังกล่าว และได้อธิบายตามหลักอนุสัญญา ที่ทั้งสองประเทศเป็นสมาชิก และเล่าถึงกลไกการแก้ไขปัญหา ความตึงเครียดชายแดน มีช่องทางอะไรบ้าง ตั้งแต่ระดับรัฐบาล กระทรวงกลาโหม และกองทัพภาค ผู้ช่วยทูตทหารกัมพูชา ยืนยันว่าผู้ช่วยทูตทหารกัมพูชา ไม่ได้แก้ต่างในที่ประชุม ส่วนที่ทางกัมพูชาออกมาปฏิเสธ ขณะเดียวกันผู้ช่วยทูตทหารกัมพูชา ไม่ได้โต้อะไรใช่หรือไม่ เรื่องนี้ไม่ได้พูด ก็เป็นสิทธิของแต่ละฝ่าย เราเองก็มีหลักฐานที่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน ยืนยันว่าไทยเราอยู่ในกฎกติกา โดยเฉพาะทุ่นระเบิด ไม่ใช่เรื่องของความได้เปรียบทางยุทธวิธี ประเทศไทยก็ถือว่ามีความพร้อมทางการทหาร ที่สามารถปกป้องอธิปไตยได้ และอยู่ในกติกา ยืนยันว่า ทูตทหารจากประเทศต่างๆ ไม่ได้ติดใจในประเด็นที่เราชี้แจง 

พล.ต.วินธัย กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้ส่งมอบเอกสารหลักฐานยืนยันให้แต่ละประเทศ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุมี 2 ลักษณะงาน ในระดับประเทศ กระทรวงการต่างประเทศกำลังดำเนินการอยู่ ส่วนหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ สิ่งแรกที่ทำนอกเหนือ จากการดูแลคนเจ็บ คือการดูแลความปลอดภัยของกำลังพล คือต้องค่อยๆ เก็บกู้

เมื่อถามว่าในวันที่ 27 ก.ค. นี้ ที่มีการนัดหมายของคนไทย ขึ้นไปเผชิญหน้ากับนักท่องเที่ยวกัมพูชา ตามกลุ่มปราสาทตาเมือน พล.ต.วินธัย กล่าวยืนยันว่า กองทัพภาคที่ 2 มีแนวทางในการดำเนินการอยู่แล้ว วันนี้ก็ได้พูดในที่ประชุม ว่ามีกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสนับสนุน ซึ่งหากประเมินสถานการณ์แล้ว เกิดการขยายผลความขัดแย้ง จะต้องมีมาตรการดำเนินการ แต่ขอให้ทางกองทัพภาคที่ 2 เป็นผู้ชี้แจง ส่วนถึงขั้นต้องปิดปราสาทหรือไม่นั้น ก็ขอให้ฟังกองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงเช่นกัน.