สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า ไอซีเจ ระบุในแถลงการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศถือเป็น “ภัยคุกคามเร่งด่วนที่ส่งผลต่อการดำรงชีวิต” และประเทศต่าง ๆ มีหน้าที่ตามกฎหมาย ในการป้องกันอันตรายจากมลพิษที่ทำให้โลกร้อน

นอกจากนี้ ศาลโลกยังระบุในความคิดเห็นเชิงแนะนำว่า ประเทศที่ละเมิดพันธกรณีด้านสภาพอากาศ กำลังกระทำการอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่มีน้ำหนักทางการเมืองและกฎหมาย

ABS-CBN News

“ผลทางกฎหมายที่เกิดจากการกระทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ อาจรวมถึงการเยียวยาอย่างเต็มที่ต่อรัฐที่ได้รับผลกระทบ ในรูปแบบของการฟื้นฟู การชดใช้ และการชดเชย” นายยูจิ อิวาซาวะ ประธานไอซีเจ กล่าวในนามของคณะผู้พิพากษา 15 คน

ขณะที่ไอซีเจระบุเสริมว่า การดำเนินการจะอยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาเป็นรายกรณี โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์โดยตรงและเหตุผลแน่นอนที่เพียงพอ ระหว่างการกระทำที่ผิดกฎหมายกับความเสียหาย

อนึ่ง กลุ่มนักรณรงค์และประเทศต่าง ๆ ที่อยู่แนวหน้าด้านสภาพอากาศ ต่างยกย่องคำประกาศของศาลโลกว่าเป็น “ช่วงเวลาสำคัญ” ในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้ก่อมลพิษรายใหญ่ ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของภาวะโลกร้อน

ด้านนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า คำตัดสินของไอซีเจคือชัยชนะของโลก สำหรับความยุติธรรมด้านสภาพอากาศ และพลังของคนหนุ่มสาวในการสร้างความเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ ยูเอ็นมอบหมายให้ผู้พิพากษา 15 คนของไอซีเจ ตอบคำถามพื้นฐาน 2 ข้อ ซึ่งอิวาซาวะ กล่าวในบทสรุปโดยละเอียดของความคิดเห็นว่า สภาพอากาศต้องได้รับการปกป้องเพื่อคนรุ่นปัจจุบันและในอนาคต พร้อมกับเสริมว่า ผลกระทบเชิงลบของโลกที่ร้อนขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนบางประการ รวมถึงสิทธิในการมีชีวิต อย่างมีนัยสำคัญ.

เครดิตภาพ : AFP