สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า เซเลนสกีกล่าวหลังพบปะเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการบังคับใช้กฎหมาย และปราบปรามการทุจริต ว่า ทุกคนมีศัตรูร่วมกันคือรัสเซีย และการปกป้องยูเครนจำเป็นต้องมีระบบการบังคับใช้กฎหมายที่แข็งแกร่งเพียงพอ ซึ่งรับประกันความยุติธรรมที่แท้จริง โดยเซเลนสกีได้ให้สัญญาว่า “จะแก้ไขปัญหาที่มีอยู่”

กฎหมายฉบับนี้จะทำให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติยูเครน (เอ็นเอบียู) และสำนักงานอัยการพิเศษด้านการต่อต้านการทุจริต (เอสเอพีโอ) อยู่ภายใต้อัยการสูงสุด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี โดยภายหลังการประชุม ตัวแทนจากทั้งสองหน่วยงานกล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ชัดเจน เพื่อคืนหลักประกันที่ถูกเพิกถอนโดยรัฐสภา

เซเลนสกีลงนามรับรองให้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แทบทันทีหลังมีความเห็นชอบจากสภา ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ซึ่งได้จุดชนวนให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ครั้งแรกในกรุงเคียฟ นับตั้งแต่กองทัพรัสเซียเปิดฉากโจมตีเมื่อปี 2565 โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,000 คน

แม้รัฐบาลเคียฟยืนยันว่า กฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้หน่วยงานต่อต้านการทุจริตทำงานได้ดีขึ้น แต่ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เตือนว่า กฎหมายจะทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ไร้ความหมาย เนื่องจากอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นคนของเซเลนสกี จะยุติการสอบสวน “สหายทั้งหมดของประธานาธิบดี”.

เครดิตภาพ : AFP